เจดีย์สู่มรดกโลก
พระเทพสิริวชิรเวที เจ้าคณะภาค 16 (ธ) วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานสงฆ์ นายสมชาย ลีหล้าน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานฆราวาส ในพิธีตักบาตรมหากุศล 11,250 รูป เฉลิมฉลอง 1,250 ปี ศรีธรรมราชเจดีย์สู่มรดกโลก ณ วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร พร้อมกันนี้หัวหน้าส่วนราชการ ภาคประชาชน และภาคประชาสังคมได้พร้อมใจกันจัดพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จากนั้นพระภิกษุสงฆ์จาก 14 จังหวัดภาคใต้แปรแถวรรับบิณฑบาตตลอดแนวถนนราชดำเนินต่อเนื่องไปจนถึงแยกหอนาฬิกา
โครงการตักบาตรมหากุศล 11,250 รูป เฉลิมฉลอง 1,250 ปี ศรีธรรมราชเจดีย์สู่มรดกโลก เป็นหนึ่งในกิจกรรมสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาเนื่องในเทศกาลมาฆบูชา ประจำปี 2569 จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ของจังหวัดนครศรีธรรมราช เชื่อมความสัมพันธ์พระพุทธศาสนาไทย-ศรีลังกา โดยประมุขคณะสงฆ์แห่งรัตนปุระ มหาดิสาวะ นิกายอัสคิริ คณะสยามวงศ์ สาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา ได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาประดิษฐานเป็นการถาวรและปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ลังกา ณ พระบรมธาตุเจดีย์ แสดงพลังศรัทธาของพุทธศาสนิกชนในภาคใต้ กระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและศาสนาในระดับนานาชาติ ตลอดจนอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยได้รับความร่วมมือจากจังหวัดนครศรีธรรมราช องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช เทศบาลนครนครศรีธรรมราช สภาวัฒนธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดนครศรีธรรมราช สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครศรีธรรมราช แรงงานจังหวัดนครศรีธรรมราช เหล่ากาชาดจังหวัดนครศรีธรรมราช ภาคเอกชน ธุดงคสถานนครธรรมและมูลนิธิธรรมกาย

ด้านนายสมชาย ลีหล้าน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า “โครงการตักบาตรมหากุศล 11,250 รูปครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของจังหวัดนครศรีธรรมราชที่มีรากฐานมาจากพระพุทธศาสนา ทั้งในด้านความศรัทธาเลื่อมใสในคำสอนและโบราณสถานภายในวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร อันเป็นแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญ อีกทั้งประกาศความสำคัญของการยกระดับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO ซึ่งนับเป็นความภาคภูมิใจของชาวนครศรีธรรมราชและพุทธศาสนิกชนทั่วโลก ทั้งนี้ข้าวสารอาหารแห้งที่ได้จากการตักบาตรจะได้ร่วมสมทบกับเครือข่ายตักบาตรทั่วไทยนำไปช่วยเหลือคณะสงฆ์ 323 วัด ใน 4 จังหวัดภาคใต้และผู้ประสบภัยในทุกภูมิภาคทั่วประเทศอีกด้วย







