พระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2568 คุ้มครองผู้ซื้อที่ดินจัดสรร บังคับใช้พรุ่งนี้

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2568 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้วันพรุ่งนี้ (1 มี.ค. 69) มีเป้าหมายสำคัญเพื่อ เพิ่มประสิทธิภาพการคุ้มครองผู้ซื้อที่ดินจัดสรร และกำหนดมาตรการกำกับดูแลผู้จัดสรรที่ดินให้ชัดเจน สอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ 

สาระสำคัญของพระราชบัญญัติดังกล่าวคือ เพิ่มความเข้มงวดเรื่องสาธารณูปโภคในโครงการจัดสรร อาทิ กำหนดให้สาธารณูปโภค เช่น ถนน สวน สนามเด็กเล่น อยู่ภายใต้ภาระจำยอมเพื่อประโยชน์ของผู้ซื้อ และผู้จัดสรรที่ดิน ต้องบำรุงรักษาให้ได้มาตรฐาน กำหนดให้ผู้จัดสรรที่ดิน ต้องจัดให้มีสัญญาค้ำประกันการบำรุงรักษาสาธารณูปโภคกับธนาคารหรือสถาบันการเงิน เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้ซื้อ 

พร้อมกำหนดเงื่อนไขการพ้นหน้าที่บำรุงรักษาให้ชัดเจน ผู้จัดสรร จะพ้นจากหน้าที่ได้ เมื่อผู้ซื้อจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรเพื่อรับโอนทรัพย์สิน หรือดำเนินการอุทิศทรัพย์สินเป็นสาธารณประโยชน์และต้องส่งมอบเงินค้ำประกันให้แก่นิติบุคคล หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามกรณี รวมทั้งยังเพิ่มกลไกให้ผู้ซื้อมีสิทธิดำเนินการเองได้ กรณีผู้จัดสรรไม่ปฏิบัติหน้าที่ ผู้ซื้อไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนแปลงที่จำหน่ายแล้ว สามารถยื่นคำขอจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรได้ 

ปรับหลักเกณฑ์การจัดเก็บค่าส่วนกลางให้สามารถกำหนดอัตราค่าใช้จ่ายแตกต่างกันตามประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดินหรือขนาดพื้นที่ ตามระเบียบที่คณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลางกำหนด ตลอดจนเพิ่มบทกำหนดโทษกรณีผู้จัดสรรที่ฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการ อาจถูกปรับตั้งแต่ 50,000-100,000 บาท และปรับรายวันจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง 

การปรับปรุงกฎหมายครั้งนี้ จะช่วยสร้างความชัดเจนในหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้จัดสรรที่ดิน ลดข้อพิพาทในโครงการหมู่บ้านจัดสรร และเพิ่มหลักประกันให้ประชาชนผู้ซื้อที่ดินได้รับความเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง