ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 3 (ศรชล.ภาค 3) รายงานความคืบหน้าภารกิจควบคุมสถานการณ์น้ำมันรั่วจากเรือสินค้าที่อับปางบริเวณเกาะแก้วน้อย จังหวัดภูเก็ต โดยวานนี้ (27 ก.พ. 69) ทัพเรือภาคที่ 3 จัดกำลัง กองเรือปฏิบัติการ ร่วมกับทีมประดาน้ำ ฐานทัพเรือพังงา ออกเรือ เรือหลวงหัวหิน ไปยังจุดเรือจม เพื่อสนับสนุนและติดตามการปฏิบัติงานของทีมนักดำน้ำที่บริษัทประกันภัยว่าจ้าง โดยเรือหลวงหัวหินทำหน้าที่เป็นฐานสนับสนุนการปฏิบัติใต้น้ำ
สืบเนื่องจากวันที่ 26 ก.พ. 69 ทีมนักดำน้ำได้อุดรูท่อ Vent Oil ทางกราบขวา จำนวน 2 ท่อ ซึ่งผลการวิเคราะห์พบว่าไม่ใช่ท่อที่มีน้ำมันรั่วไหล
ต่อมาเมื่อวันที่ 27 ก.พ. 69 ได้ดำน้ำอุดรูท่อ Vent Oil ทางกราบซ้ายเพิ่มเติมอีก 3 ท่อ จากการวิเคราะห์ภาพวิดีโอพบว่า มี 2 ท่อเป็นจุดที่มีน้ำมันไหลออกมา นักดำน้ำได้ดำเนินการอุดเรียบร้อยแล้ว
สำหรับวันที่ 28 ก.พ. 69 ทีมนักดำน้ำเตรียมใช้ยานใต้น้ำควบคุมระยะไกล (ROV) ลงสำรวจรอบตัวเรือ เพื่อนำภาพถ่ายและวิดีโอมาวิเคราะห์ว่ามีจุดรั่วเพิ่มเติมหรือไม่
ด้านการตรวจสอบคราบน้ำมัน ทั้งทางอากาศและทางเรือ ในพื้นที่ชายหาดและเกาะสำคัญที่คาดว่าน้ำมันจะเคลื่อนตัวไป พบคราบน้ำมันกระจาย 2 กลุ่ม ได้แก่
1. กลุ่มเกาะแก้วใหญ่ เป็นคราบน้ำมันล้อมเกาะ คาดว่าเป็นคราบน้ำมันเก่าที่ติดค้าง และกระจายตามกระแสน้ำและลม
2. กลุ่มจากเรือจม เป็นแนวฟิล์มบางยาว ไม่มีคราบรุ้ง ไม่พบตะกอนดำ ความกว้างประมาณ 50 เมตร และไม่มีกลิ่น
ผลการตรวจสอบพื้นที่เกาะต่าง ๆ พบว่า เกาะราชาใหญ่ และเกาะราชาน้อย ไม่พบคราบน้ำมัน ส่วนเกาะเฮและเกาะแอล พบฟิล์มบางห่างจากเกาะทางทิศใต้ ขณะที่เกาะแก้วน้อยพบฟิล์มบางรอบเกาะในระยะประมาณ 200 หลา และเกาะแก้วพิศดารพบคราบลดน้อยลง
ขณะเดียวกัน เรือหลวงมันนอก เรือหลวงปันหยี และเรือ ต.114 ได้ดำเนินการตีกวนคราบน้ำมันลักษณะฟิล์มบาง เพื่อเร่งให้สลายตัวตามธรรมชาติ
นอกจากนี้ ได้จัดส่งทีม Shoreline Clean Up และทีมป้องกันพื้นที่อ่อนไหว ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่และผู้ประกอบการบนเกาะราชาใหญ่ เข้าควบคุมสถานการณ์ เก็บคราบน้ำมันและทำความสะอาดชายหาด โดยบริเวณชายหาดสามารถจัดเก็บได้เรียบร้อยแล้ว ส่วนบริเวณโขดหินยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึง ต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะทางและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป








