นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก รายการ โมโต จีพี ประจำปี พ.ศ. 2569 “PT Grand Prix of Thailand 2026” ณ สนามบุรีรัมย์ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ตลอดจนผู้เข้าแข่งขัน และนักท่องเที่ยวผู้เที่ยวชมงานและเข้าชมการแข่งขันจากทั่วประเทศและนานาประเทศเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก เมื่อเดินทางถึงนายกรัฐมนตรีซึ่งสวมแจ็กเกตสีดำ Moto GP ได้ถ่ายภาพหน้า SAT-NSDF Pavilion ของการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติร่วมกับคณะก่อนจะเยี่ยมชม Pavilion ของ กกท. และผู้สนับสนุน 5 บูท หลังเป็นประธานพิธีเปิดได้ร่วมชมการแข่งขัน รุ่น Moto GP (Race 26 Laps) และมอบรางวัลชนะเลิศรุ่น Moto GP ให้แก่
นาย Marco Bezzecchi
นายกรัฐมนตรี ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า มาร่วมงานแข่งมอเตอร์ไซค์ Moto GP ครั้งที่ 7 ที่บุรีรัมย์ ปีนี้มีผู้สนใจเข้าชมมากเป็นพิเศษ คาดว่ามีการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในช่วงสุดสัปดาห์นี้ไม่ต่ำกว่า 5 พันล้านบาท พร้อมทั้งเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวที่กระจายตัวไปในจังหวัดใกล้เคียงอีกมากมาย
ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพสนามเปิดฤดูกาล การแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก รายการ โมโต จีพี (Moto GP) ประจำปี พ.ศ. 2569 เป็นสนามแรก ณ สนามบุรีรัมย์ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ถึง 1 มีนาคม 2569 โดย Moto GP สนามประเทศไทย ภายใต้ชื่อรายการ “PT Grand Prix of Thailand 2026” ซึ่งประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน Moto GP เป็นปีที่ 7 และได้เป็นสนามเปิดฤดูกาล 2 ปีติดต่อกัน สะท้อนถึงการเดินหน้ายกระดับประเทศไทยสู่การเป็น “ฮับมอเตอร์สปอร์ต” ในภูมิภาค ส่งเสริมเศรษฐกิจให้กับประเทศ และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้กับประชาชน ซึ่งกระทรวงมหาดไทย โดยกรมการพัฒนาชุมชนยังได้ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ OTOP ออกร้านจำหน่ายสินค้าประเภทต่าง ๆ ภายในบริเวณงานอีกด้วย
Moto GP ถือเป็นกิจกรรมระดับโลก (World Event) ที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพจากทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มแฟนมอเตอร์สปอร์ต ที่ถือเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการใช้จ่าย มีการเดินทางเป็นกลุ่ม มีอัตราการใช้จ่ายสูง และยังเป็นการเดินทางท่องเที่ยวต่อเนื่องไปยังพื้นที่อื่น ๆ ของประเทศ โดยประเทศไทยได้ทำการจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลกนี้ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2561 รวม 7 ปี (งดการแข่งขันในปี 2563 – 2564 เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19) สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ระหว่างปี 2561–2568 มูลค่าทางเศรษฐกิจรวมประมาณ 24,000 ล้านบาท ผู้ชมรวมกว่า 1.2 ล้านคน ทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์ผ่านการถ่ายทอดสดไปยังผู้ชม 700–800 ล้านครัวเรือนทั่วโลก
นอกจากนี้ Moto GP สนามประเทศไทย ยังได้สร้างตำนานบทใหม่อีกครั้ง ในศึก “PT Grand Prix of Thailand” สนามที่ 1 เปิดฤดูกาล 2026 ผ่านการแข่งขัน “ตุ๊กตุ๊ก ชาลเลนจ์” ด้วยการส่งนักแข่งพรีเมียร์คลาส 22 คน นำโดยดีกรีแชมป์โลกอย่าง มาร์ค มาร์เกซ, ฟรานเชสโก้ บันยาญ่า, ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร, โจอัน เมียร์ และ ฮอร์เก มาร์ติน ลงแข่ง “รถตุ๊กตุ๊ก” ซอฟต์เพาเวอร์ไทยอวดสายตาชาวโลก
การแข่งขัน พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์ สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการมอเตอร์สปอร์ตโลก โดยฝ่ายจัดการแข่งขัน โมโตจีพี สร้างสีสันให้กับกิจกรรม Rider Parade แบบเดิมๆ ที่จะนำนักแข่งโมโตจีพี ขึ้นรถบรรทุกทักทายแฟนรอบสนาม มาเป็น “ตุ๊กตุ๊ก ชาลเลนจ์” ส่งนักแข่ง โมโตจีพี ทั้ง 22 คน จาก 11 ทีม จับคู่กันลงขับ “รถตุ๊กตุ๊ก” ดวลความเร็วสร้างสีสันก่อนแข่งขันจริง ซึ่งผลการแข่งขันปรากฏว่า แจ็ค มิลเลอร์ นักบิดชาวออสเตรเลียนและ โทปรัค ราซกัตลิโอกลู คู่หูสุดฮาจาก พรีม่า พรามัค ยามาฮ่า โมโตจีพี คว้าชัยชนะไปครอง ท่ามกลางเสียงเชียร์ของแฟน ๆ ในสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต
กิจกรรม “ตุ๊กตุ๊ก ชาลเลนจ์” นับเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ของ โมโต จีพี ยุคใหม่ ที่สร้างความสนุกสนานผ่านวัฒนธรรมของแต่ละประเทศที่เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ซึ่งนับเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวได้อย่างแท้จริง ขณะที่ “รถกตุ๊กตุ๊ก” ก็เป็นซอฟต์เพาเวอร์ของไทย ที่เป็นเอกลักษณ์มายาวนาน
ขณะที่การดูแลความปลอดภัยของผู้เข้าแข่งขันและผู้ชม นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ได้ระดมบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขจากเขตสุขภาพที่ 9 รวม 300 คน ปฏิบัติงานประจำสนามแข่งขัน เตรียมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ (Medical Post) เพื่อเข้าช่วยเหลือ ณ จุดเกิดเหตุได้ทันที รวมทั้งหน่วยปฐมพยาบาล หน่วยบริการการแพทย์ฉุกเฉินและส่งต่อ สามารถเชื่อมโยงและประสานงานได้อย่างครอบคลุม รองรับสถานการณ์ฉุกเฉินและการบาดเจ็บได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (PHEOC) เป็นศูนย์กลางในการบัญชาการ บูรณาการบุคลากร อุปกรณ์ และแผนปฏิบัติการให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ครอบคลุมทั้งภายในสนามแข่งขันและตลอดเส้นทางการเดินทางในจังหวัด








