สถานการณ์ความตึงเครียด สหรัฐฯ-อิหร่าน ดันราคาทองคำพุ่งสูง มองเป้าแตะระดับ 90,000 บาท ปลายปีนี้

นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ กล่าวว่า สถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะกรณีระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ส่งผลให้ราคาทองคำผันผวนและพุ่งสูงขึ้นทะลุ 2,450 ดอลลาร์สหรัฐอย่างรวดเร็ว แม้ระยะยาวทิศทางราคายังเป็นขาขึ้น โดยประเมินว่ามีโอกาสแตะระดับ 90,000 บาท หรือราว 6,000 ดอลลาร์สหรัฐได้ภายในปลายปี หรืออาจถึง 1 แสนบาทหากเกิดสงครามโลก แต่การลงทุนระยะสั้นมีความเสี่ยงสูงมาก จึงขอเตือนให้นักลงทุนใช้เฉพาะ “เงินเย็น” และระมัดระวังพฤติกรรมซื้อตามเมื่อราคาทะยานขึ้นแรง นายจิตติย้ำว่าการถือครองทองคำแท่งในระยะยาวเพื่อเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยถือว่าคุ้มค่ากว่า เมื่อเทียบกับการเก็งกำไรออนไลน์ หรือตลาดล่วงหน้าที่นักลงทุนขาดประสบการณ์พึ่งเผชิญภาวะขาดทุนทั่วโลกรวมกว่า 7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับข้อสงสัยเรื่องการกำหนดส่วนต่างราคารับซื้อและขายออกที่ 200 บาทนั้น เป็นความจำเป็นในการบริหารความเสี่ยงของผู้ประกอบการ ซึ่งมีต้นทุนแฝงจากความสูญเสียเนื้อทองในการหลอมที่สูงขึ้นตามไปด้วย ส่วนกรณีที่บางร้านขยายส่วนต่างไปถึง 2,000 บาทในช่วงสุดสัปดาห์ ทางสมาคมฯ ไม่มีอำนาจสั่งควบคุม แต่ได้ย้ำเตือนทั้งสมาชิกร้านทองและผู้บริโภคมาตลอดว่าควรงดการซื้อขายทองคำแท่งในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ เนื่องจากตลาดโลกปิดทำการ ทำให้ไม่มีราคากลางอ้างอิงและเสี่ยงต่อความผันผวนอย่างหนักเมื่อเปิดตลาดในเช้าวันจันทร์

สำหรับราคาทองคำประจำวันที่ 2 มี.ค. 69 ช่วงเช้าวันนี้ ปรับราคา ครั้งที่ 9 เวลา 10:33 น. ปรับเพิ่มขึ้น 1,750 บาท มีผลให้ราคาทองคำแท่ง รับซื้อบาทละ 79,150.00 บาท / ขายออกบาทละ 79,350.00 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อบาทละ 77,573.72 บาท / ขายออกบาทละ 80,150.00 บาท ขณะที่ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในช่วงเช้าของการเปิดตลาด ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยดัชนีร่วงลงกว่า 31-38 จุด หรือคิดเป็นการปรับตัวลดลงประมาณร้อยละ 2 ส่งผลให้ดัชนีหลุดแนวรับทางจิตวิทยาที่ระดับ 1,500 จุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง