นายกฯ เร่งอพยพคนไทยในอิหร่าน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงผลการประชุม ร่วมกับเอกอัครราชทูต และสำนักงานของกระทรวงการต่างประเทศที่อยู่ในแถบประเทศภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อรับฟังสถานการณ์ของแต่ละประเทศ และรับฟังข้อเสนอรวมถึงการเตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนคนไทยที่อยู่ในแต่ละประเทศแถบตะวันออกกลางว่า

รัฐบาลรับฟังทุกปัญหา แต่ในภาพรวม ขวัญกำลังใจของทุกคนยังถือว่า ดีอยู่ ส่วนข้อแนะนำ ให้คนไทยดูแลตัวเองให้พ้นจากภัยการโจมตี ซึ่งในแต่ละประเทศ สถานเอกอัครราชทูตได้ประสานงาน และรัฐบาลไทย ได้กำหนดว่า ในจุดที่เป็นอันตรายที่สุดคือ ในประเทศอิหร่าน โดยจะเร่งดำเนินการนำตัวคนไทย ประมาณ 300 คน ทั้งคนไทย และเจ้าหน้าที่ส่วนราชการ ให้ถอยมาตั้งหลักให้ออกจากประเทศดังกล่าวมาก่อน ให้กลับมาเมืองไทย

ย้ำว่า จะประสานให้คนไทยกลับโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งนี้ ประเทศไทยดำเนินการเตรียมพร้อมหมดแล้ว เหลือเพียงการประสานสถานทูตในแต่ละประเทศ เพราะในประเทศนั้น ๆ ต้องมีวีซ่าขาออก ไม่ใช่วีซ่าขาเข้าอย่างเดียว และไม่สามารถที่จะรอได้ว่า ทุกคนมีครบหมดแล้ว ซึ่งขณะนี้ ทุกคนในอิหร่าน หากจะต้องไปกรอกคำร้องตามขั้นตอน ไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะระบบการให้บริการสาธารณะไม่เป็นไปตามปกติ จึงต้องดำเนินการทุกวิถีทาง

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สิ่งที่กังวลที่สุดคือความปลอดภัยของคนไทย แต่โดยส่วนใหญ่คนไทยได้รับการแนะนำว่า จะต้องปฏิบัติตัวอย่างไร และประเทศต่าง ๆเหล่านั้น ก็มีระบบป้องกันภัย โดยเฉพาะประเทศที่มีความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจสูง ที่มีระบบป้องกันภัย อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยก็ยังคงห่วงคนไทย จึงได้กำชับทางเอกอัครราชทูตในแต่ละประเทศว่า ต้องดำเนินการอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ หากคนไหนประสงค์จะกลับไทย แต่ขณะนี้ ชื่นชมจิตใจของพี่น้องคนไทย เพราะหากเทียบกับจำนวนผู้ที่กลับเมืองไทยมีไม่ถึง 25% เพราะยังมีความมั่นใจว่า สามารถดำรงชีวิตอยู่ในพื้นที่นั้นได้

โดยในอิสราเอลมีคนไทยอาศัยอยู่จำนวนมากกว่า 60,000 คน โดยประสงค์กับประเทศไทยจำนวน 20 คน แต่คาดว่า อาจจะเพิ่มขึ้นได้ หากการเปลี่ยนแปลงไป และในฐานะ ที่เคยได้ทำงานใกล้ชิดในสมัยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรองนายกรัฐมนตรี เมื่อ 2 ปีก่อน ได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสถานเอกอัครราชทูต ซึ่งมีสถานการณ์คล้ายกัน คนไทยที่ไปทำงานที่นั่น ส่วนใหญ่ไปทำงานอาชีพเกษตรกรรม และอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย แต่อาจจะมีบ้างที่อยู่ฉนวนกาซ่า ซึ่งจุดนี้ ต้องนำคนไทยในพื้นที่ดังกล่าวออกมา ขณะเดียวกันได้ประชุมกับเอกอัครราชทูตไทยประจำอิสราเอล ซึ่งได้รับแจ้งถึงความมั่นใจว่า คนไทยที่อยู่ที่นั่นมีขวัญกำลังใจที่ดี เชื่อมั่นว่าจะสามารถดูแลตัวเองได้

ส่วนในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่ประสงค์จะกลับประเทศไทย จำนวน 1,000 คน นายอนุทิน บอกว่า มีที่ประสงค์กลับตามข้อมูลเดิม ซึ่งตรงบริเวณ UAE มีความเป็นฮับศูนย์กลางการเดินทาง มีทางเลือกในการเดินทางยังจำนวนมาก ทำให้ในจุดนั้นยังสามารถใช้วิธีการเดินทางกลับวิธีปกติได้ แต่รัฐบาลได้มีการเตรียมการไว้ เช่น กรณีเกิดเหตุที่ต้องเดินทางกลับออกจากประเทศหนึ่งประเทศใดไม่ได้ ทางสถานทูตจะจัดให้มีการนำคนไทยไปยังอีกเมืองหนึ่ง ที่น่านฟ้ายังเปิดอยู่ และสามารถเดินทางกลับภูมิลำเนาได้

เมื่อถามว่าตามรายงานสถานการณ์ จะยืดเยื้อ 1 เดือน ในระยะนี้ ห่วงอะไรหรือไม่ นายอนุทิน บอกว่า สถานการณ์ 1 วันก็เป็นห่วงแล้ว เพราะเป็นสงครามมีการทำลายล้างกัน และสิ่งที่ในความเป็นประเทศไทยตอนนี้ “อย่าให้ฝนที่ตกทางโน้น หนาวถึงคนทางนี้” ย้ำว่า จะต้องให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยของคนไทย เรื่องค่าครองชีพในประเทศไทย เรื่องการตรึงราคาสินค้า อย่าให้มีการฉวยโอกาส และเรื่องการจัดการสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ถือเป็นปัจจัยหลัก ในการใช้ในประเทศ เลยยังไม่ได้ประเมินสถานการณ์ว่าจะจบเมื่อไหร่ เพราะสถานการณ์เปลี่ยนแปลงทุกวัน แต่ขออย่าให้มีอะไรส่งผลกระทบกับไทย ย้ำว่า ขณะนี้ ไทยแลนด์เฟิร์ส ยืนยันว่า รัฐบาลไทยต้องทำทุกวิถีทาง ที่จะทำให้เกิดผลกระทบกับประเทศไทยและคนไทยน้อยที่สุด

นอกจากนี้ ยังแจ้งไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และปลัดกระทรวง ให้จัดศูนย์แถลงข่าว เพราะจะมีข้อมูลที่อัปเดตสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา จึงขอให้ติดตามจากการแถลงข่าวในแต่ละวัน

ด้านการดูแลความปลอดภัยการท่องเที่ยว นายกรัฐมนตรี บอกว่า เรื่องความปลอดภัย ไม่ใช่ดูแลเรื่องการท่องเที่ยว หรือดูแลคนในประเทศคู่กรณีที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยเท่านั้น โดยได้กำชับหน่วยงานด้านความมั่นคง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รับทราบความจำเป็นเร่งด่วนในเรื่องนี้ ซึ่งเมื่อวานที่ผ่านมา ได้มีการประชุม สมช. ได้แบ่งหน้าที่ไปปฏิบัติเรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ ในวันนี้ต้องเร่งอพยพคนไทยในอิหร่านก่อน เพราะปัจจัยรอบข้างเอื้ออำนวย มีประมาณ 270 ถึง 300 คนเท่านั้นสามารถใช้เครื่องบินลำเดียวก็นำคนไทยกลับมาได้ และจะเป็นเครื่องบินเช่าเหมาลำหรือจะเป็นเครื่องบินจากไทยไปรับก็ได้หมด เราเปิดทุกทางเลือก และเอกอัครราชทูตไทยประจำอิหร่าน ก็เตรียมพร้อมหมดแล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง