นายกฯ สั่งพลังงาน ตรึงราคาน้ำมันดีเซล ลิตรละ 29.94 บาท 15 วัน ยืนยัน น้ำมันเพียงพอขอประชาชนอย่ากักตุน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานประชุมศูนย์ติดตามสถานการณ์เพื่อประเมินสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง (War Room) ร่วมกับนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และผู้บริหารกระทรวงฯ รวมถึงสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ทุกแห่งในภูมิภาค เพื่อรับทราบพัฒนาการและความคืบหน้าในการดูแลและช่วยเหลือคนไทย ตามสถานการณ์ของแต่ละประเทศ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีรายงานคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางได้รับผลกระทบรุนแรง โดยกระทรวงการต่างประเทศ จะยังคงติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่องและเตรียมเส้นทางการอพยพทั้งทางบกและอากาศ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและข้อจำกัดด้านการปิดน่านฟ้า ตลอดจนประสานงานกับประเทศต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การช่วยเหลือคนไทยเป็นไปอย่างราบรื่นที่สุด

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังได้มีการประชุมหารือผ่านระบบออนไลน์ร่วมกับเอกอัครราชทูตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งและเตรียมมาตรการดูแลคนไทยในพื้นที่ โดยยืนยันว่ารัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของประชาชน ขณะนี้ได้เร่งดำเนินการอพยพคนไทยในประเทศอิหร่าน ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงสูงจำนวนประมาณ 270 – 300 คน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อเดินทางออกจากอิหร่านและกลับสู่ประเทศไทยโดยเร็วที่สุด โดยภาครัฐได้เตรียมปัจจัยรองรับครบถ้วนเหลือเพียงขั้นตอนการประสานงานด้านเอกสารและกำหนดการเดินทาง สำหรับประเทศอิสราเอลซึ่งมีแรงงานไทยประมาณ 60,000 คน ปัจจุบันมีผู้แสดงความประสงค์เดินทางกลับประมาณ 20 คน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนไม่มากนัก แม้ขณะนี้สถานการณ์ยังควบคุมได้ แต่รัฐบาลได้เตรียมแผนรองรับหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลง

ทั้งนี้ ได้กำชับเอกอัครราชทูตทุกประเทศให้อำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่แก่คนไทยที่ประสงค์จะเดินทางกลับหากไม่สามารถเดินทางออกจากประเทศได้โดยตรงจะประสานเคลื่อนย้ายไปยังประเทศที่น่านฟ้ายังเปิด เพื่อเดินทางกลับประเทศไทยอย่างปลอดภัย พร้อมย้ำว่ารัฐบาลจะดำเนินการทุกวิถีทางอย่างรวดเร็วและรอบคอบ เพื่อดูแลความปลอดภัยของคนไทยในต่างประเทศอย่างดีที่สุด

สำหรับข้อกังวลถึงผลกระทบด้านพลังงานจากกรณีที่อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ รัฐบาลมีมาตรการบริหารจัดการน้ำมันอย่างรัดกุม สามารถใช้อำนาจตามกฎหมายจำกัดการส่งออกได้หากมีความจำเป็นด้านความมั่นคง เพื่อให้มั่นใจว่าประเทศไทยมีพลังงานเพียงพอในทุกสถานการณ์ โดยปัจจุบันไทยยังคงสั่งห้ามส่งออกน้ำมัน ยกเว้นการส่งออกไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เนื่องจากความเป็นบ้านพี่เมืองน้อง และปัจจุบันไทยยังต้องซื้อไฟจากลาว อย่างไรก็ตามน้ำมันที่ส่งออกไปลาวเป็นส่วนที่เหลือหรือเกินจากปริมาณการใช้ใน  ประเทศไทย ส่วนเรื่องราคาน้ำมันหากกำลังการผลิตน้ำมันของโลกได้รับผลกระทบ ย่อมส่งผลต่อกลไกตลาดและราคาพลังงาน รัฐบาลได้ติดตามอย่างใกล้ชิด และได้สั่งการให้กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกาศตรึงราคาน้ำมันดีเซลในราคาลิตรละ 29.94 บาท เป็นเวลา 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป หลังจากนั้นจะพิจารณามาตรการช่วยเหลือประชาชนอีกครั้ง โดยสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ทุกสถานีขายน้ำมันดีเซล ลิตรละ 29.94 บาท พร้อมยืนยันว่าปัจจุบันประเทศไทยยังมีปริมาณน้ำมันสำรองเพียงพอสำหรับการใช้ภายในประเทศ ยังไม่เข้าสู่ขั้นวิกฤตและไทยไม่ได้มีแหล่งน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางเท่านั้นแต่ยังมีแหล่งนำเข้าน้ำมันดิบจากภูมิภาคอื่นด้วย

หากสถานการณ์ยืดเยื้อ รัฐบาลจะดูแลทั้งความปลอดภัยของคนไทยในต่างประเทศ การควบคุมค่าครองชีพภายในประเทศ การป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าและการสำรองเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อความมั่นคงของประเทศ โดยจะหารือกับกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพลังงาน เพื่อตรึงราคาสินค้าที่มีผลกระทบต่อต้นทุนจากการใช้ชีวิตของประชาชน ในวันที่ 4 มีนาคม 2569 โดยจะดำเนินมาตรการทุกด้านเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนให้เหลือน้อยที่สุด ด้านการสื่อสารข้อมูล ได้มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศจัดตั้งศูนย์แถลงข่าว เพื่อรายงานสถานการณ์ล่าสุดอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้กำชับหน่วยงานความมั่นคง โดยเฉพาะสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ดูแลความปลอดภัยภายในประเทศอย่างเข้มงวด ทั้งในมิติการท่องเที่ยวและการดูแลชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในประเทศไทย เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นและความเป็นเอกภาพในการบริหารสถานการณ์

สำหรับความมั่นคงด้านพลังงาน นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ได้ประชุม กบน. โดยที่ประชุมมีมติให้ตรึงราคาน้ำมันดีเซลที่ราคา 29.94 บาทต่อลิตร ต่อเนื่อง 15 วัน แม้ว่าราคาน้ำมันในตลาดโลกได้ปรับตัวสูงขึ้น มีผลตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป หลังจากนั้นจะพิจารณามาตรการช่วยเหลือประชาชนอีกครั้งหนึ่ง โดยวันที่ 4 มีนาคม 2569 สถานีบริการน้ำมันทุกสถานีจำหน่ายน้ำมันดีเซลลิตรละ 29.94 บาทต่อลิตร และเพิ่มการชดเชยน้ำมันดีเซล 2.77 บาทต่อลิตร อีกทั้งลดการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับน้ำมันในกลุ่มเบนซิน 0.38 – 0.70 บาทต่อลิตร จะส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกในกลุ่มน้ำมันดีเซลและเบนซินทุกชนิดที่หน้าสถานีบริการมีราคาคงเดิม

โดยกระทรวงพลังงาน ได้ตั้งวอร์รูมเพื่อติดตามสถานการณ์เนื่องจากมีแนวโน้มขยายวงกว้างและอาจเกิดผลกระทบต่อการปิดเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซ กระทรวงพลังงานจึงต้องเฝ้าระวังและวิเคราะห์สถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากระดับราคาน้ำมันดิบตลาดโลกส่งสัญญาณผันผวนต่อเนื่อง และเพื่อไม่ให้ประชาชนในประเทศได้รับผลกระทบมากเกินไป ที่ประชุม กบน. จึงได้ใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาช่วยลดแรงกระแทกดังกล่าว โดยลดการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนฯ สำหรับน้ำมันในกลุ่มเบนซิน และแก๊สโซฮอล์ เพื่อให้ราคาขายปลีกคงเดิม และขอให้มั่นใจได้ว่าประเทศไทยจะยังมีสำรองน้ำมันเพียงพอ ไม่ขาดแคลน และราคาอยู่ในระดับที่เหมาะสม ไม่กระทบต่อประชาชนมากนัก ทั้งนี้ปัจจุบันฐานะกองทุนน้ำมันฯ ณ วันที่ 1 มีนาคม 2569 กองทุนน้ำมันฯ เป็นบวกอยู่ที่ 2,459 ล้านบาท

สำหรับน้ำมันที่ใช้ในประเทศ 50% มาจากตะวันออกกลางยังมี 1 ใน 3 ที่ไม่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ มีน้ำมันอีก 40% ไม่ผ่านตะวันออกกลาง ทุกวันนี้ยังมีน้ำมันเข้ามาเติมเรื่อยๆ ไทยยังมีเวลาในการหาแหล่งอื่น ส่วนน้ำมันสำรองที่มีประมาณ 60 วัน หมายถึงกรณีที่ไม่มีมาจากแหล่งอื่น ขณะนี้ได้มีการเจรจากับสหรัฐอเมริกา แอฟริกาตะวันตก มาเลเซีย และประเทศอื่น ๆ พร้อมขอให้เชื่อมั่นว่าไทยมีน้ำมันใช้อย่างเพียงพอ ส่วนกรณีแก๊สธรรมชาติเหลว (LNG) ที่นำมาใช้ผลิตไฟฟ้า 20% ผ่านจากกาตาร์ 10-20% ไทยสามารถหาจากแหล่งอื่นได้ เช่น เพิ่มก๊าซในอ่าวไทย รวมถึงเจรจากับมาเลเซีย หรือ สปป.ลาว เป็นแผนสำรอง ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าสามารถบริหารจัดการน้ำมัน และไฟฟ้าได้ไม่ขาดแคลน

ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกและกักตุนน้ำมัน การกักตุนน้ำมันในปริมาณมาก เข้าข่ายผิดกฎหมายและอาจเกิดอันตรายจากการจัดเก็บที่ไม่ถูกวิธี กระทรวงพลังงานจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากสถานการณ์เข้าขั้นวิกฤต พร้อมที่จะดำเนินมาตรการระงับการส่งออกตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงประโยชน์ของคนไทยเป็นสำคัญ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง