ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ รายงานการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศ ประจำวันที่ 4 มีนาคม 2569 เวลา 12.00 น. พบว่า พื้นที่ภาคเหนือมีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 เกินค่ามาตรฐานจำนวน 16 จังหวัด ตรวจวัดได้ระหว่าง 18.4 – 112.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
จังหวัดที่ตรวจพบค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน ได้แก่ ลำปาง ลำพูน แพร่ เชียงราย เชียงใหม่ น่าน แม่ฮ่องสอน พะเยา อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก ตาก กำแพงเพชร พิจิตร นครสวรรค์ และอุทัยธานี ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ค่าฝุ่นมีแนวโน้มสูงขึ้นในบางพื้นที่ แต่ภาพรวมส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
สำหรับการติดตามข้อมูลจุดความร้อน เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2569 พบจุดความร้อนรวมทั้งสิ้น 1,967 จุด โดยส่วนใหญ่เกิดในพื้นที่ป่าจำนวน 1,486 จุด หรือคิดเป็นร้อยละ 76 ของจุดความร้อนทั้งหมด จังหวัดที่พบจุดความร้อนสูงสุด ได้แก่ ลำปาง แพร่ ลำพูน เชียงใหม่ และตาก ตามลำดับ ส่งผลให้ค่าฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะจังหวัดลำพูน ลำปาง น่าน และตาก
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 ศกพ. ได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1–2 สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช โดยสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่เกี่ยวข้อง และกรมป่าไม้ เพื่อติดตามสถานการณ์จุดความร้อนอย่างใกล้ชิด
รายงานระบุว่า ในช่วงก่อนหน้านี้จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ไม่พบการเกิดจุดความร้อน ส่งผลให้มีเชื้อเพลิงสะสมในพื้นที่เพิ่มขึ้น หน่วยงานในพื้นที่จึงต้องบูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่ ตรวจตราและลาดตระเวนอย่างเข้มงวด พร้อมเตรียมใช้อากาศยานสนับสนุนภารกิจดับไฟป่า โดย ศกพ. ได้เสนอให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และกรมป่าไม้ พิจารณาปิดป่าในพื้นที่เสี่ยงการเผาไหม้ให้เร็วขึ้น
ขณะเดียวกัน การพยากรณ์สถานการณ์พายุฤดูร้อนระหว่างวันที่ 4–6 มีนาคม 2569 คาดว่าจะมีฝนตกสะสมในพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นหลัก ส่วนภาคเหนือมีโอกาสเกิดฝนเพียงบางพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือตอนบนฝั่งตะวันออก
ศกพ. จึงขอความร่วมมือประชาชนงดการเผาในที่โล่งทุกชนิด เพื่อลดการสะสมของฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 พร้อมทั้งดูแลสุขภาพ หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หากมีความจำเป็นควรสวมหน้ากากอนามัยหรืออุปกรณ์ป้องกัน และปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ หากพบการเผาไหม้สามารถแจ้งหน่วยงานภาครัฐเพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์ได้ทันที รวมถึงติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศผ่านเว็บไซต์ Air4Thai หรือแอปพลิเคชัน Air4Thai








