กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเผยผลสำรวจทางอากาศ พบสัตว์ทะเลหายาก 3 ชนิด ในพื้นที่อันดามันตอนบน โดยพบพะยูนฝูงใหญ่และคู่แม่–ลูก บริเวณเกาะระ–พระทอง สะท้อนสัญญาณบวกด้านความหลากหลายทางชีวภาพ

ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ทรัพยากรทางทะเลเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสำคัญ และจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการร่วมกันอนุรักษ์ ทั้งหญ้าทะเล ปะการัง พื้นที่ชายฝั่ง รวมถึงสัตว์ทะเลน้อยใหญ่และสัตว์ทะเลหายาก

ทั้งนี้ นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ให้ความสำคัญต่อสถานการณ์การเพิ่มขึ้นและลดลงของจำนวนสัตว์ทะเลหายากในทะเลไทย จึงมอบหมายให้ติดตามสถานการณ์สัตว์ทะเลหายากในพื้นที่ฝั่งทะเลอันดามันอย่างใกล้ชิด พร้อมนำเทคโนโลยีมาใช้ในการสำรวจ รวมทั้งบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานในสังกัด เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์ทะเลหายาก

ด้าน ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เปิดเผยว่า ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน ได้ดำเนินการบินสำรวจประชากรและประเมินสุขภาพสัตว์ทะเลหายาก (Aerial Survey) โดยใช้เครื่องบินเล็กแบบปีกตรึง 2 ที่นั่ง ร่วมกับนักบินอาสาสมัคร ครอบคลุมพื้นที่เกาะช้าง เกาะพยาม เกาะค้างคาว บางเบน เกาะขาม และเกาะกำใหญ่ จังหวัดระนอง รวมถึงเกาะยาว เกาะระ และเกาะพระทอง จังหวัดพังงา

ผลการสำรวจเบื้องต้น พบสัตว์ทะเลหายากรวม 3 ชนิด ได้แก่ โลมาหัวบาตรหลังเรียบ จำนวน 8 ตัว บริเวณเกาะยาว จังหวัดพังงา พะยูน จำนวน 20 ตัว โดยพบคู่แม่–ลูก 1 คู่ กำลังว่ายน้ำหาอาหารบนแนวหญ้าทะเล บริเวณเกาะระ–พระทอง จังหวัดพังงา และพบเต่าทะเลรวม 40 ตัว โดยพบ 35 ตัว ในพื้นที่เกาะระ–พระทอง จังหวัดพังงา และอีก 5 ตัว บริเวณเกาะกำใหญ่ จังหวัดระนอง

ข้อมูลจากการสำรวจครั้งนี้จะถูกนำไปใช้ในการคำนวณจำนวนประชากรที่แท้จริง ประเมินความหนาแน่นของสัตว์ทะเลหายาก และใช้เป็นฐานข้อมูลสำหรับติดตามแนวโน้มประชากรในระยะยาว

ผลการสำรวจครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อแนวโน้มประชากรสัตว์ทะเลหายาก และสะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางทะเลฝั่งอันดามันตอนบน ซึ่งเป็นผลจากการทำงานเชิงรุกของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ควบคู่กับความร่วมมือของภาคีเครือข่ายและชุมชนในพื้นที่ที่ร่วมกันดูแลทรัพยากรธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง

การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมทางทะเลจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากชุมชนชายฝั่งประมงพื้นบ้านและผู้ประกอบการในการช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากพบการกระทำผิดกฎหมาย บุกรุกทำลายทรัพยากรทางทะเล หรือพบสัตว์ทะเลหายากเกยตื้นทั้งมีชีวิตและเสียชีวิต ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ทันที หรือแจ้งสายด่วนพิทักษ์ป่าและรักษาทะเล โทรศัพท์ 1362 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง