นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงความกังวลของประชาชนต่อสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางและมีกระแสข่าวขณะนี้เริ่มมีการกักตุนน้ำมัน กรณีการประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซว่า กระทรวงพลังงานได้ให้คำยืนยันแล้วว่า จะตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้อย่างน้อย 15 วัน จึงไม่มีเหตุผลที่ต้องกักตุน โดยเรื่องราคาน้ำมันและสินค้าอุปโภคบริโภคกระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามอย่างใกล้ชิดไม่ให้มีการเอาเปรียบผู้บริโภค ซึ่งการกักตุนน้ำมันเป็นเรื่องอันตรายเพราะการนำไปกักตุนไว้ที่บ้านอาจเป็นเชื้อเพลิงได้ วันนี้ยังไม่มีความจำเป็นที่จะไปทำเช่นนั้น ส่วนกรณีที่บางสถานีบริการน้ำมันชิงขึ้นราคานั้น ได้เน้นย้ำแล้วว่าไม่ให้ขึ้นซึ่ง ปตท. ยืนยันแล้วว่าไม่มีการปรับขึ้นราคาอยู่ที่สิทธิ์ของประชาชนจะเลือกใช้บริการ หากพบว่าสถานีบริการน้ำมันใดปรับขึ้นราคาผิดกฎหมายก็ต้องไปดำเนินการ สำหรับสถานีบริการน้ำมันที่ขึ้นราคา 4 บาทต่อลิตร ขณะนี้มีการปรับลดลงแล้วพร้อมย้ำว่ารัฐบาลได้ดำเนินการทุกอย่างซึ่งเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2569 ที่มีการกังวลเรื่องราคาสินค้าก็ได้ออกมาตรการรวมถึงการตรึงราคาน้ำมัน ซึ่งเป็นนโยบายที่กระทรวงพลังงานดำเนินการตามข้อสั่งการเพื่อไม่ให้เกิดความเดือดร้อน รวมถึงการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ตะวันออกกลางได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์ด้วยความเป็นห่วงได้ แต่ต้องไม่ตระหนกให้ใช้ชีวิตตามปกติ ส่วนเรื่องต่างๆ ขอให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลในการดำเนินการ
ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุมประเมินสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ครั้งที่ 2/2569 โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมประชุม โดยนายเอกนิติ กล่าวว่าช่องทางที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความขัดแย้งตะวันออกกลางคือน้ำมันเนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นเลือดใหญ่ 1 ใน 5 ของโลก กว่า 20% น้ำมันมาจากแหล่งนั้นถือเป็นช่องทางที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและราคาปรับขึ้นประมาณ 5% ซึ่งวันนี้สถานการณ์พัฒนาไปเร็วมากส่งผลกระทบต่อราคา ส่วนผลกระทบเรื่องปริมาณน้ำมันสำรอง ยืนยันว่ายังสามารถอยู่ได้ 60 วันและสามารถนำเข้าน้ำมันจากแหล่งอื่น จึงขอให้ประชาชนมั่นใจว่าจะมีน้ำมันเพียงพอแน่นอน ขณะที่ราคาน้ำมันจะผันผวนตามสถานการณ์แต่เป็นไปตามกลไกราคา โดยมีกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในการรักษาเสถียรภาพเพื่อไม่ให้กระทบกับประชาชน หากราคาน้ำมันพุ่งสูงเกินไปกระทรวงการคลังจะมีการพูดคุยเพื่อวางระบบดูแลรักษาเสถียรภาพ
ส่วนก๊าซธรรมชาติ หรือ LNG การผลิตส่วนใหญ่มาจากในประเทศ ทั้งนี้จากการรับฟังความเห็นจากภาคเอกชน
ที่มีความกังวลถึงปริมาณน้ำมัน ยืนยันว่าน้ำมันมีเพียงพอแน่นอน
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า สิ่งที่คนไทยมีความกังวลคือเรื่องพลังงาน ที่ประชุมได้พูดคุยในหลายมิติ ขอย้ำให้คนไทยอย่าตื่นตระหนก รัฐบาลเตรียมความพร้อมหาพลังงานในส่วนต่าง ๆ เข้ามาชดเชย โดยกระทรวงพลังงานยังมีความสามารถที่จะหาน้ำมันจากแหล่งอื่นๆ ประมาณ 50% มีการซื้อน้ำมันจากแหล่งอื่นอยู่แล้วไม่ได้พึ่งพาตะวันออกกลาง 100% ฉะนั้นถึงแม้ว่า 60 วัน จะหมดไปแต่ยังมีน้ำมันสำรองอีก 50% หมายความว่าแม้จะไม่มีพลังงานจากตะวันออกกลางมา แต่เรายังต้านได้อีก 30 วัน รวมเป็น 90 วัน ขณะนี้นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พยายามประสานหลายตลาดเพื่อหาน้ำมันดิบหรือแก๊ส LNG และอื่นๆ เข้าสู่โรงไฟฟ้าเพื่อปั่นกระแสไฟฟ้า อีกทั้งไทยยังมีพลังงานจากแสงอาทิตย์ โซลาร์ฟาร์ม พลังงานลม มีการรับซื้อไฟฟ้าจากลาวและยังมีเขื่อนอีกหลายแห่งในประเทศไทย ที่สามารถปั่นกระแสไฟฟ้าได้และที่สำคัญไทยมีน้ำมันดิบจากน้ำมันปาล์มสามารถนำมาปั่นกระแสไฟฟ้าซึ่งเคยใช้ในขณะที่เกิดปัญหา ยูเครน-รัสเซีย อีกทั้งยังมีกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่จะประกันว่าสามารถตรึงราคาพลังงาน 15 วัน ได้ตามที่นายกรัฐมนตรีประกาศ นอกจากนี้ในวันที่ 5 มีนาคม 2569 จะมีการออกประกาศของกระทรวงคมนาคม ในการสั่งห้ามขึ้นราคารถโดยสารสาธารณะ ทั้งแท็กซี่ แกร็บ รถจักรยานยนต์รับจ้าง เป็นต้น หากมีการฉวยโอกาสขึ้นราคาจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
ขณะที่ นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า เรื่องการหาแหล่งน้ำมันใหม่จะเจรจาเพื่อเพิ่มปริมาณการซื้อจากแหล่งที่ได้ซื้ออยู่แล้วที่นอกเหนือจากตะวันออกกลาง ขณะเดียวกันแหล่งใหม่ไม่ว่าจะเป็นแหล่งที่อยู่ในภูมิภาคนี้ หรือประเทศเพื่อนบ้านจะมีการพิจารณาทำสัญญาเพิ่มเติมเพื่อให้มีปริมาณเพียงพอใช้งานในประเทศโดยที่น้ำมันสำรองยังใช้ได้ 60 วันไปเรื่อย ๆ
นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ขอความร่วมมือประชาชนอย่าตื่นตระหนกและงดการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิง เนื่องจากการกักตุนในปริมาณมากอาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย และเสี่ยงเกิดอันตรายจากการจัดเก็บที่ไม่ถูกวิธี จึงควรเติมน้ำมันลงในยานพาหนะเท่านั้น ไม่ควรนำภาชนะบรรจุไปเติมน้ำมันในสถานีบริการเพื่อความปลอดภัยและไม่ต้องการให้เกิดการกักตุน สำหรับกรณีเกษตรกรหรือผู้ประกอบอาชีพอื่นที่มีความจำเป็นต้องนำภาชนะบรรจุไปเติมเพื่อการประกอบอาชีพก็สามารถดำเนินการได้ ภายใต้การบริหารจัดการของผู้ค้าน้ำมัน (สถานีบริการ) อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและขอความร่วมมือผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิงเร่งจัดหาและกระจายน้ำมันให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนอย่างต่อเนื่อง
ด้านนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า เรื่องแรกที่กระทรวงพาณิชย์ต้องเข้มงวด ติดตามอย่างใกล้ชิด คือเรื่องราคาสินค้าและการกักตุนสินค้า ขณะนี้ให้กรมการค้าภายในเข้าไปติดตามอย่างเข้มงวดโดยเฉพาะการกักตุนสินค้าที่ไม่มีเหตุสมควร และร่วมกับพาณิชย์จังหวัดเข้าไปตรวจสอบทุกพื้นที่ หากประชาชนพบเห็นสิ่งผิดสังเกตสามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1569 ส่วนเรื่องการขนส่งได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ไม่ว่าจะเป็นการขนส่งทางเรือ หรือทางอากาศ เพื่อหาแนวทางเฝ้าระวังและดูแลต้นทุนค่าขนส่งซึ่งจะมีการประชุมนัดแรก วันที่ 6 มีนาคม 2569
นอกจากนี้ยังมีเรื่องของต้นทุนสินค้า เช่น ปุ๋ยที่มีการนำเข้าจากหลายประเทศพอสมควร ซึ่งต้องเร่งเจรจากับตลาดอื่นเพื่อให้มีปุ๋ยเข้ามาในราคาที่เหมาะสมและช่วยเกษตรกรได้ และเพื่อไม่ให้มีผลกระทบกับผู้ประกอบการเช่นเดียวกัน รวมถึงการสนับสนุนการใช้ปาล์มเข้ามาทดแทนด้านพลังงานต่าง ๆ เป็นต้น
อีกทั้ง นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ภายหลังเกิดกระแสข่าวที่อาจสร้างความกังวลต่อประชาชนเกี่ยวกับสถานการณ์ราคาสินค้า กรมการค้าภายในได้สั่งการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ทันที โดยแบ่งชุดตรวจสอบออกเป็น 4 สาย นำโดยอธิบดีและรองอธิบดีกรมการค้าภายในลงตรวจสอบจุดจำหน่ายสินค้าจริงทั้งสถานีบริการน้ำมัน ห้างค้าส่งค้าปลีก โมเดิร์นเทรด ร้านค้า รวมถึงตลาดกลางค้าส่งสำคัญ เพื่อประเมินสถานการณ์ข้อเท็จจริงโดยตรง เบื้องต้นจากการลงพื้นที่ตลาดสี่มุมเมืองซึ่งเป็นตลาดค้าส่งขนาดใหญ่ พบว่า การจำหน่ายสินค้าเป็นไปตามปกติ ปริมาณสินค้าเพียงพอ และราคาสินค้าส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับปกติ อาจมีการปรับขึ้นลงบ้างตามกลไกอุปสงค์–อุปทาน
ส่วนการลงพื้นที่ตรวจสถานีบริการน้ำมัน 3 แห่งในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและนนทบุรี พบว่ามีการเข้าใช้บริการอย่างคึกคัก และทางสถานีบริการน้ำมันยืนยันว่าปริมาณน้ำมันยังมีเพียงพอและจะตรึงราคาตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งการจำหน่ายเป็นแกลลอนจะพิจารณาตามความเหมาะสมสำหรับผู้ที่มีความจำเป็นใช้ในภาคการเกษตรหรืออุปกรณ์เครื่องจักรต่างๆ
ด้านห้างโมเดิร์นเทรดซึ่งเป็นห้างค้าส่งค้าปลีก พบว่าสถานการณ์ราคายังเป็นปกติ ปริมาณการจำหน่ายสินค้ายังมีสินค้าครบถ้วนและยังมีสต๊อกสินค้าในปริมาณที่สมควร โดยยืนยันว่าปัจจุบันสินค้ายังมีเพียงพอ เนื่องจากประเทศไทยเป็นผู้ผลิตหลักในสินค้าที่จำเป็นต่อการอุปโภคบริโภค ในส่วนของร้านค้ารายย่อยกรมการค้าภายในได้ส่งเจ้าหน้าที่สายตรวจลงพื้นที่ตรวจสอบร้านค้าปลีกและร้านค้าขนาดเล็กเพิ่มเติม ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อเฝ้าระวังการจำหน่ายสินค้าอย่างใกล้ชิด และป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาในช่วงที่ประชาชนมีความกังวล ในระยะต่อไป กรมการค้าภายในจะหารือร่วมกับผู้ประกอบการค้าปลีก เพื่อวางแผนบริหารจัดการทั้งด้านปริมาณและระดับราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ส่วนสินค้าที่ต้องนำเข้าจะมีการตรวจสอบต้นทุนและสต็อกคงเหลืออย่างใกล้ชิด พร้อมขอความร่วมมือผู้ประกอบการตรึงราคาสินค้าที่นำเข้าก่อนต้นทุนเปลี่ยนแปลง
พร้อมย้ำว่า ปัจจุบันยังไม่มีปัจจัยด้านต้นทุนที่ทำให้ต้องปรับขึ้นราคาสินค้า จึงขอเตือนผู้ประกอบการห้ามปรับขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุอันสมควร หากตรวจพบการฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้บริโภค จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าสินค้ายังมีเพียงพอและการจำหน่ายเป็นไปตามปกติ








