นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อกำหนดมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ณ ห้องประชุมชั้น 5 ตึกบัญชาการ 2 ทำเนียบรัฐบาล
คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้กำหนดมาตรการเร่งด่วนจำนวน 6 ข้อ เพื่อป้องกันผลกระทบต่อประชาชน ได้แก่ การเพิ่มสายด่วนรับเรื่องร้องทุกข์จากผู้บริโภคอีก 10 คู่สายเป็นกรณีเร่งด่วน การเข้มงวดกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการในชีวิตประจำวัน และการขอความร่วมมือร้านค้าเปิดทางเลือกในการชำระเงินทั้งเงินสด บัตรเครดิต และการโอนเงินผ่านแอปพลิเคชัน เพื่อป้องกันผลกระทบในกรณีระบบเครือข่ายขัดข้อง
นอกจากนี้ ยังสนับสนุนให้ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าและบริการผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่จดทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค พร้อมกำกับดูแลการจำหน่ายทองคำให้เป็นธรรมต่อผู้บริโภคอย่างเข้มงวด รวมทั้งเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนตระหนักรู้สิทธิผู้บริโภคด้านราคา คุณภาพ และมาตรฐานสินค้าและบริการ
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังเห็นชอบแผนปฏิบัติการบูรณาการเชิงรุกร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ศูนย์ดำรงธรรมเมืองพัทยา และสำนักงานเขตทั้ง 50 เขตในกรุงเทพมหานคร เพื่อร่วมกันบังคับใช้มาตรการทั้ง 6 ข้ออย่างเป็นรูปธรรม พร้อมพิจารณาเพิ่มจำนวนสายด่วนรับเรื่องร้องทุกข์จากผู้บริโภคตามความเหมาะสม เพื่อให้สามารถดูแลและคุ้มครองสิทธิของประชาชนได้อย่างทั่วถึง








