สีหศักดิ์ โต้ข่าวสหรัฐฯ ขอใช้อู่ตะเภาเป็นฐานปฏิบัติการ ยันนายกฯ ไม่มีคุยเรื่องนี้กับทูตสหรัฐฯ  

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีมีกระแสข่าวว่าสหรัฐฯ จะขอใช้สนามบินอู่ตะเภา เป็นฐานปฏิบัติการทางทหาร ว่าไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องนี้ยืนยันได้ เมื่อวานเป็นการพูดคุยเรื่องความสัมพันธ์ อัพเดทสถานการณ์ พูดเรื่องการเจรจา การค้า ซึ่งเราอยู่ระหว่างการเจรจาเรื่องภาษี ความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศ แต่ไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้เลย ความร่วมมือในการใช้สนามบินของเราเป็นความร่วมมือปกติอยู่แล้ว ในการบินผ่าน เติมเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นความร่วมมือปกติด้านความมั่นคง ซึ่งเราทำกับหลายประเทศ แต่การจะร่วมมือเพื่อใช้เป็นฐานปฏิบัติการโจมตีประเทศที่เรามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ไม่อยู่ในนโยบายของเรา และที่สำคัญทางเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ไม่ได้มาคุยกับนายกฯ ในเรื่องนี้

ส่วนหลังเกิดการสู้รบได้หารือกับเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทยแล้วหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ได้มีการหารือกัน สิ่งที่เราเป็นห่วงมากที่สุด คือ การนำคนไทยที่อยู่ในอิหร่านประมาณ 200 คน ซึ่งอยากอพยพออกมาทั้งหมด ขึ้นอยู่กับว่าใครพร้อมอพยพ หากคนไหนพร้อมจะนำออกจากรุงเตหะราน เดินทางออกมาที่ตุรกี ส่วนจะอพยพเมื่อใดมีแผนอยู่แล้ว แต่ไม่ขอระบุวัน เวลา ด้วยเหตุผลที่ทราบกันอยู่

ทั้งนี้ ทางอิหร่านได้มีการรับประกันความปลอดภัยหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่าเราได้ประสานกับเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทย ให้ดูแลเรื่องความปลอดภัย และประสานไปยังสหรัฐอเมริกา กับ อิสราเอล ว่าจะมีเส้นทางการเดินทาง วันเดินทาง จุดที่จะเดินทางจากกรุงเตหะรานไปชายแดนตุรกีว่าเป็นตรงไหน อย่างไร โดยได้แจ้งรายละเอียดให้ทราบ เพราะถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องมนุษยธรรม ควรเป็นเส้นทางที่ปลอดภัยจากการสู้รบ

ส่วนกรณีที่เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ว่าอยากเห็นไทยเป็นตัวกลางเรื่องสันติภาพ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า เราอยากเห็นสันติภาพอยู่แล้ว มีบางคนบอกว่าประเทศไทยไม่มีจุดยืน จุดยืนของเราอันดับแรกคือความปลอดภัย ของคนไทยไว้ก่อน สอง เราไม่ใช่คู่กรณีในความขัดแย้งอันนี้ สาม เราต้องเห็นการแก้ไขโดยสันติ การเจรจาทางการทูต นี่คือจุดยืนของเรา ไม่ใช่การแก้ไขด้วยวิธีทางการทหาร และสี่คือการแก้ไขด้วยวิธีพื้นฐาน กฎหมายระหว่างประเทศ และกฎบัตรสหประชาชาติ ซึ่งทุกคนก็ทราบว่าเขียนไว้อย่างไร ยืนยันว่าเรามีความชัดเจนอยู่แล้ว และตนมีความเป็นห่วง กรณีมีผู้เชี่ยวชาญอดีตข้าราชการผู้ใหญ่ของกระทรวงการต่างประเทศ ออกมาวิจารณ์ว่าเราไม่มีความชัดเจน

ยืนยันว่าเราชัดเจน ถ้าคนที่เชี่ยวชาญเรื่องการต่างประเทศ อ่านสิ่งที่เราแถลงออกไป มีความชัดเจนพอสมควร มีความพอดี มีความเหมาะสมต่อสถานการณ์ และเป็นการปกป้องผลประโยชน์ของเรา ซึ่งขณะนี้คือ การดูแลประชาชนคนไทยที่มีอยู่ 1 แสนคน ในประเทศแถบนั้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง