พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและห่วงโซ่อุปทานด้านพลังงาน รัฐบาลได้กำหนดมาตรการรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น พร้อมขอความร่วมมือหน่วยงานภาครัฐและเอกชนดำเนินมาตรการประหยัดพลังงานอย่างจริงจัง
มาตรการสำคัญประกอบด้วย การควบคุมการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับภารกิจที่ไม่เร่งด่วน การลดจำนวนเที่ยวการใช้ยานพาหนะราชการ การส่งเสริมการใช้ระบบประชุมทางไกลแทนการเดินทาง รวมถึงการงดหรือเลื่อนกิจกรรมที่ไม่จำเป็นและมีการใช้พลังงานจำนวนมากออกไปก่อน
นอกจากนี้ ยังมีการบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าในหน่วยงานอย่างเข้มงวด เช่น การปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศตามมาตรการของรัฐบาล การปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าเมื่อเลิกใช้งาน และการตรวจสอบบำรุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้าเพื่อลดการสูญเสียพลังงานโดยไม่จำเป็น พร้อมกำกับติดตามให้หน่วยปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
ขณะเดียวกัน กองทัพเรือยังพิจารณาแนวทางการปฏิบัติงานนอกที่ตั้งหน่วย หรือ Work from Home สำหรับงานด้านธุรการ งานวิเคราะห์ และงานอำนวยการที่สามารถดำเนินการผ่านระบบสารสนเทศของทางราชการได้ เพื่อลดการเดินทาง ลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และลดการใช้พลังงานโดยรวม
การดำเนินมาตรการดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อภารกิจหลัก โดยเฉพาะด้านความพร้อมรบและการปฏิบัติการทางทหาร พร้อมเดินหน้าบริหารทรัพยากรของรัฐอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อร่วมเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศท่ามกลางสถานการณ์โลกที่มีความผันผวน








