นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุถึงการประชุมมาตรการน้ำมันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 ว่า ได้มอบหมายให้ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานชี้แจงแล้ว ยอมรับว่าเป็นห่วงทุกด้าน พยายามที่จะป้องกันผลกระทบทุกด้าน ทั้งเรื่องการสำรองน้ำมันในประเทศ ตลาดหลักทรัพย์ ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค พยายามดำเนินการทุกอย่าง เพื่อไม่ให้มีผลกระทบ แต่หากเกิดผลกระทบก็ต้องน้อยที่สุด ประชาชนจะได้ไม่ต้องมาแบกรับภาระ
นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 53/2569 เรื่องการจัดตั้งศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) เพื่อให้การดำเนินการแก้ไขปัญหาและติดตามผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางเป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 (6) และ (9) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 โดยนายกรัฐมนตรีเป็นที่ปรึกษา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นผู้อำนวยการศูนย์ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นรองผู้อำนวยการศูนย์ พร้อมด้วยคณะกรรมการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน รวมทั้ง ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ปลัดกระทรวงคมนาคม ปลัดกระทรวงพลังงาน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และปลัดกระทรวงแรงงาน เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน อธิบดีกรมสรรพสามิต อธิบดีกรมศุลกากร ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ฯลฯ ร่วมเป็นกรรมการ เพื่อบูรณาการการติดตาม ประเมินสถานการณ์ และกำหนดมาตรการรับมือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประเทศไทยในทุกมิติ
ทั้งนี้ ศบก. มีหน้าที่และอำนาจในการติดตาม วิเคราะห์ และประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งเสนอแนะแนวทางและมาตรการต่อรัฐบาลในการป้องกันและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ตลอดจนประสานการปฏิบัติงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การแก้ไขสถานการณ์เป็นไปอย่างมีเอกภาพ ซึ่งในเวลา 18.10 น. ทุกวันจะมีการแถลงข่าวผลการประชุมของ ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ณ ศูนย์ ศบก. ทำเนียบรัฐบาล เพื่อชี้แจงสถานการณ์และมาตรการของรัฐบาลต่อสาธารณชน
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ครั้งที่ 1/2569 ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ฯ โดยนายพิพัฒน์ แจ้งต่อที่ประชุมว่า จากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อประเทศไทย จึงมีคำสั่งจัดตั้งศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือ “ศบก.” เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการติดตาม ประเมินสถานการณ์ และกำหนดแนวทางรับมืออย่างเป็นระบบ โดยบูรณาการการทำงานของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งภาคเอกชน เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างมีเอกภาพและทันต่อสถานการณ์ ซึ่ง ศบก. จะติดตาม ประเมินสถานการณ์ และกำหนดมาตรการรับมือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประเทศไทยในทุกมิติ พร้อมทั้งสื่อสารประชาสัมพันธ์ข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและภาคส่วนต่างๆ
ที่ประชุมได้หารือแนวทางการดำเนินการด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์ โดยมอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศแถลงภาพรวมสถานการณ์และความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมชี้แจงในประเด็นที่สาธารณชนให้ความสนใจ อาทิ สถานการณ์ราคาพลังงาน การดูแลความปลอดภัยของคนไทยในต่างประเทศ ตลอดจนการดูแลความปลอดภัยของชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในประเทศไทย นอกจากนี้ ที่ประชุมยังรับทราบรายงานสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางจากกระทรวงการต่างประเทศ รวมทั้งแผนการดำเนินงานและการเตรียมความพร้อมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับสถานการณ์และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในด้านเศรษฐกิจ พลังงาน การค้า การท่องเที่ยว และความปลอดภัยของคนไทยในต่างประเทศ
ทั้งนี้ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เน้นย้ำว่า สถานการณ์พลังงานของไทยยังคงมีเสถียรภาพ โดยรัฐบาลได้กระจายแหล่งนำเข้าพลังงานจากประเทศอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งมีมาตรการบริหารจัดการปริมาณสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างเหมาะสม ขณะเดียวกันได้มีการระงับการส่งออกน้ำมันไปต่างประเทศเป็นการชั่วคราว รวมทั้งเตรียมรณรงค์มาตรการประหยัดพลังงาน โดยขอความร่วมมือประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิด และไม่ตื่นตระหนกต่อสถานการณ์
นอกจากนี้ เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่คำสั่งนายกรัฐมนตรี เรื่องการกำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง จากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่าง สหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน ที่ทวีความตึงเครียดและนำไปสู่การตอบโต้อย่างรุนแรงโดยการโจมตีทางอากาศต่อพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่สำคัญหลายแห่งในตะวันออกกลาง ตลอดจนการยกระดับการจำกัดเส้นทางเดินเรือขนส่งสินค้าในอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งสำคัญที่จะส่งผลกระทบต่ออุปทานด้านน้ำมันเชื้อเพลิงของประเทศไทยอีกทั้งไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าสถานการณ์จะยุติเมื่อใด
เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 3 แห่งพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 นายกรัฐมนตรีจึงออกคำสั่งให้ผู้ค้าน้ำมัน ประกอบด้วย น้ำมันสำเร็จรูป ได้แก่ น้ำมันเบนซิน น้ำมันแก๊สโซฮอล์/น้ำมันเบนซินพื้นฐาน น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว น้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินชนิด เจท เอ 1 และก๊าซปิโตรเลียมเหลว ระงับการส่งออกไปนอกราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ยกเว้นการส่งออกไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา โดยให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป (6 มี.ค. 69) ทั้งนี้ไม่บังคับกับน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้ามาเพื่อส่งออกที่เก็บในคลังสินค้าทัณฑ์บนหรือเขตปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรและน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีลักษณะและคุณภาพไม่เป็นไปตามประกาศ กรมธุรกิจพลังงานซึ่งไม่สามารถจำหน่ายในราชอาณาจักรได้
ให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 (เป็นผู้ค้าน้ำมันที่มีปริมาณการค้าแต่ละชนิด หรือรวมกันทุกชนิดปีละตั้งแต่ 100,000 เมตริกตันขึ้นไป หรือเป็นผู้ค้าน้ำมันชนิดก๊าซปิโตรเลียมเหลวแต่เพียงชนิดเดียวที่มีปริมาณการค้าปีละ ตั้งแต่ 50,000 เมตริกตันขึ้นไป) สำรองน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ผลิตในราชอาณาจักร ในอัตราร้อยละ 1.5 ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2569 และในอัตราร้อยละ 3 ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน 2569 โดยการคำนวณปริมาณสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง การขอความเห็นชอบสถานที่ที่ใช้เก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง และเงื่อนไขที่ผู้ได้รับความเห็นชอบต้องปฏิบัติ การมอบหมายให้บุคคลอื่นเก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงแทน และการดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง
กรณีที่ผู้ค้าน้ำมันแสดงหลักฐานที่เชื่อได้ว่า ไม่อาจสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงตามข้อกำหนดดังกล่าวได้ หรือการสำรองนั้นจะทำให้ผู้ค้าน้ำมันต้องได้รับความเสียหายเกินสมควร ให้อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานโดยความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน มีอำนาจออกคำสั่งผ่อนผันเป็นการชั่วคราวไม่ให้ผู้ค้าน้ำมันต้องสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง หรือให้ลดปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องสำรองได้ตามระยะเวลาที่เห็นสมควร โดยอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน จะกำหนดเงื่อนไขในการผ่อนผันไว้ด้วยก็ได้








