รองนายกฯ ลงพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง ตรวจ 18 ตู้สินค้าต้องสงสัย พบลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ปะปนเศษโลหะ น้ำหนักรวมหลายแสนกิโลกรัม

นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี เพื่อติดตามการตรวจสอบตู้สินค้าต้องสงสัยที่อาจเข้าข่ายการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ โดยเป็นความร่วมมือระหว่างกรมศุลกากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และกรมควบคุมมลพิษ ในการตรวจสอบและขยายผลขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบนำเข้าของเสียอันตราย

นายพันธ์ทอง ลอยกสุนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า การปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากการสืบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ตามเรื่องสืบสวนที่ 27/2569 ซึ่งพบพฤติการณ์ของขบวนการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติกเข้าสู่ประเทศไทย โดยมีการสำแดงชนิดสินค้าเป็น “เศษโลหะ” หรือ “เศษเหล็ก” เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้ กรมศุลกากรในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลการนำเข้าและส่งออกสินค้า ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลการสำแดงสินค้า เส้นทางการขนส่ง และใช้ระบบบริหารความเสี่ยงร่วมกับเทคโนโลยีการตรวจสอบสินค้า เพื่อคัดกรองตู้สินค้าที่มีความเสี่ยง พร้อมทั้งสนับสนุนข้อมูลทางศุลกากรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้ประกอบการสืบสวนและดำเนินคดี

สำหรับการตรวจสอบในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เปิดตรวจตู้สินค้าต้องสงสัยจำนวน 18 ตู้ โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มแรก จำนวน 12 ตู้ เป็นสินค้าของบริษัทเอกชนรายหนึ่ง ซึ่งสำแดงสินค้าเป็น “เศษเหล็ก” จากประเทศเฮติ แต่จากการตรวจสอบพบว่าเป็นเศษเหล็กปะปนแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเข้าข่ายเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ น้ำหนักรวมประมาณ 284,919 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 2.53 ล้านบาท

กลุ่มที่สอง จำนวน 4 ตู้ เป็นตู้สินค้าที่ได้รับข้อมูลจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ และเครือข่าย Basel Action Network (BAN) ซึ่งเป็นองค์กรเฝ้าระวังการเคลื่อนย้ายขยะอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างประเทศ โดยสำแดงสินค้าเป็น “Metal Scraps” และ “Mixed Metal” จากประเทศสหรัฐอเมริกา มีปลายทางการขนส่งไปยังประเทศญี่ปุ่นและฮ่องกง

ส่วนกลุ่มที่สาม จำนวน 2 ตู้ เป็นตู้สินค้าที่กรมศุลกากรได้อายัดไว้ เนื่องจากผู้นำเข้ามีประวัติได้รับแจ้งข้อมูลจากเครือข่าย BAN โดยสำแดงสินค้าเป็น “เศษอลูมิเนียม” จากประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศเนเธอร์แลนด์ ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง