นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค แถลงข่าว ณ ศูนย์บริหารติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบท.) ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล ถึงมาตรการดูแลผู้บริโภคของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เพื่อรองรับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาสินค้าและบริการเกิดความผันผวน และอาจมีการฉวยโอกาสเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภคในช่วงภาวะวิกฤต
นายสันติ กล่าวว่า สถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางอาจส่งผลต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจโลก ทำให้ราคาพลังงาน ค่าขนส่ง และต้นทุนโลจิสติกส์ระหว่างประเทศปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานสินค้าและบริการ และส่งผลต่อผู้บริโภคในประเทศได้
ทั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ได้มอบหมายให้ตนปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) พร้อมสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์และดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด
คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค จึงได้ประชุมเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 ณ ทำเนียบรัฐบาล โดยมีมติขับเคลื่อน 6 มาตรการสำคัญ และ 1 แผนบูรณาการหน่วยงานเพื่อป้องกันการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภคในช่วงสถานการณ์วิกฤต
1. สคบ. ได้เปิดสายด่วนรับเรื่องราวร้องทุกข์จากผู้บริโภคเพิ่มเติมจากปกติเป็นกรณีเร่งด่วน จำนวน 10 คู่สาย และให้หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคในทุกจังหวัด สำนักงานเขตทุกเขตในกรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา เพิ่มสายด่วนรับเรื่องราวร้องทุกข์จากผู้บริโภค โดยพิจารณาตามความเหมาะสมในแต่ละจังหวัด
2. สคบ. เพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลและควบคุมการประกอบธุรกิจที่ส่งผลต่อการบริโภคสินค้าและบริการในชีวิตประจำวัน โดยบูรณาการเชิงรุกกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ประกอบธุรกิจ เพื่อป้องกันการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค รวมทั้งเฝ้าระวังการโฆษณาที่นำไปสู่การเข้าใจผิดของประชาชน ที่ทำให้เกิดความตื่นตระหนก การกักตุนสินค้า หรือการซื้อสินค้าในราคาที่แพงในภาวะจำยอมตลอดจนเข้มงวดในการตรวจสอบฉลากสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน เช่น ฉลากข้าวสารบรรจุถุง หลักฐานการรับเงินการซื้อขายถังก๊าซหุงต้ม รวมถึงการควบคุมผู้ประกอบธุรกิจให้บริการเช่าที่พักอาศัย ไม่ให้คิดอัตราค่าสาธารณูปโภค สูงเกินจริง เพื่อป้องกันการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภคฯ
3. สคบ. หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคในทุกจังหวัด สำนักงานเขตทุกเขตในกรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา กำกับดูแลและควบคุมการขายทองคำอย่างเป็นธรรมต่อผู้บริโภคตามกฎหมาย ได้แก่ การควบคุมฉลากกำกับทองคำรูปพรรณ และกรมการค้าภายใน เข้มงวดการบังคับใช้พระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการฯเพื่อเฝ้าระวังการฉวยโอกาสและการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค
4. สคบ. หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคในทุกจังหวัด สำนักงานเขตทุกเขตในกรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา เพิ่มการประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภค ตระหนักรู้สิทธิการบริโภคสินค้าและบริการ ทั้งด้านราคา คุณภาพ มาตรฐานที่ตรงกับสินค้าและบริการ ในการเลือกซื้อสินค้าผ่านช่องทางปกติ และช่องทางออนไลน์ที่ปลอดภัย
5. ขอความร่วมมือร้านค้าเปิดให้ประชาชนมีทางเลือกในการชำระเงินหลายช่องทาง เช่น บัตรเครดิต การโอนเงินทางแอปพลิเคชัน และเงินสด โดยที่ปัจจุบันมีร้านค้าเริ่มปฏิเสธการรับเงินสดให้ชำระได้เฉพาะการโอนเงินผ่านดิจิทัล ซึ่งกระทบต่อผู้บริโภคบางกลุ่ม และกรณีหากเกิดสถานการณ์การสู้รบขยายความรุนแรงจนส่งผลต่อโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ภาวการณ์สัญญาณเครือข่ายโทรคมนาคมขัดข้องหรือมีปัญหาด้านพลังงานและไฟฟ้า ซึ่งในสถานการณ์เช่นนี้การชำระเงินสดถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการชำระค่าสินค้าและบริการที่ถูกต้องตามกฎหมาย จึงขอให้ร้านค้าช่วยอำนวยความสะดวกในการรับชำระค่าสินค้าและบริการเป็นเงินสด
6. จากสถานการณ์การสู้รบดังกล่าว อาจมีมิจฉาชีพหลอกขายสินค้าและบริการให้แก่ผู้บริโภค หรือ
มีการเอารัดเอาเปรียบขายสินค้าออนไลน์เพิ่มขึ้น สคบ. สนับสนุนให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าและบริการออนไลน์โดยเลือกซื้อสินค้าจาก Online platform ที่จดทะเบียนตลาดแบบตรงกับ สคบ. เพื่อความสะดวกรวดเร็ว
ในการแก้ปัญหาหรือข้อพิพาทระหว่างผู้ขายสินค้ากับผู้บริโภค จึงแนะนำให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการจาก Online platform ที่จดทะเบียนตลาดแบบตรงกับ สคบ. ซึ่งสามารถดูรายชื่อผู้ค้าออนไลน์
ที่จดทะเบียนกับ สคบ. ได้จากเว็บไซต์ www.ocpb.go.th
สำหรับแผนบูรณาการหน่วยงาน เป็นการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศในฐานะประธานอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัด นายกเมืองพัทยา และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยให้หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคในทุกจังหวัด เมืองพัทยา และสำนักงานเขตในกรุงเทพมหานคร ดำเนินการ 6 มาตรการ ไปในทิศทางเดียวกันทั่วประเทศ
ทั้งนี้ ตามที่กล่าวมาข้างต้น สคบ. พร้อมหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคในทุกจังหวัด สำนักงานเขตทุกเขตในกรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา จะใช้อำนาจตามกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคดูแลสิทธิผู้บริโภค ที่พักอาศัยอยู่ในประเทศไทยอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นชาวไทยหรือต่างชาติในภาวการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้








