นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ราคาพลังงานในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งราคาน้ำมันเบนซินและดีเซล ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการเดินทางของประชาชน แม้ว่าภาครัฐจะพยายามตรึงราคาเพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย แต่ในระยะยาวการพึ่งพาน้ำมันเชื้อเพลิงเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่ทางออกที่ยั่งยืน
ทั้งนี้ จากการติดตามข้อมูลและรายงานต่อสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี พบว่า “การขนส่งทางราง” หรือระบบ Mass Transit เป็นโหมดการขนส่งที่มีประสิทธิภาพสูงและใช้พลังงานน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับจำนวนผู้โดยสาร แม้ว่าราคาค่าไฟฟ้าหรือก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่ใช้ผลิตไฟฟ้าจะมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นบ้าง แต่ระบบรางยังคงมีความคุ้มค่าและมีความผันผวนน้อยกว่าการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล
ระบบรางถือเป็นโหมดการขนส่งที่ยั่งยืน (Sustainable Mode) เพราะไม่ว่าราคาพลังงานโลกจะปรับตัวไปในทิศทางใด การเดินทางด้วยรถไฟฟ้ายังคงช่วยลดการใช้พลังงานโดยรวมของประเทศได้อย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางรางยังได้ดำเนินมาตรการประหยัดพลังงานภายในองค์กรอย่างต่อเนื่อง โดยนอกจากสนับสนุนให้ประชาชนหันมาใช้ระบบรถไฟฟ้าในการเดินทางแล้ว ยังมีการดำเนินนโยบายทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) เพื่อลดการเดินทางของบุคลากร รวมถึงการบริหารจัดการระบบปรับอากาศภายในสำนักงาน เช่น การเปิด-ปิดเครื่องปรับอากาศแบบ “ชั้นเว้นชั้น” หรือปรับช่วงเวลาการใช้งานให้เหมาะสมเพื่อลดการใช้พลังงาน
ทั้งนี้ หน่วยงานยังมีการจัดทำรายงานสถิติการใช้พลังงานเสนอต่อทำเนียบรัฐบาลเป็นประจำทุกสัปดาห์ เพื่อใช้ติดตามผลและประเมินประสิทธิภาพของมาตรการประหยัดพลังงานอย่างใกล้ชิด








