นางสาวสุกัญญานี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยถึงสภาพอากาศในช่วงนี้ว่า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดในขณะเดียวกันมีมวลอากาศเย็นหรือความกดอากาศสูงจากประเทศจีน แผ่ลงมาปกคลุม ซึ่งเมื่อมวลอากาศเย็นมาปะทะกับมวลอากาศร้อนที่สะสมอยู่เดิม จึงทำให้เกิดสถานการณ์ “พายุฤดูร้อน” ขึ้นตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมา โดยในวันนี้ (12 มี.ค.) พายุได้ขยายพื้นที่ผลกระทบเป็นวงกว้างมากขึ้นทำให้เกิดลักษณะอากาศแปรปรวนในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือ ยังคงได้รับผลกระทบต่อเนื่องในหลายจังหวัด ได้แก่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, เชียงราย, ลำพูน, ลำปาง, พะเยา, แพร่ และจังหวัดน่าน รวมถึงบางส่วนของตากและสุโขทัย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จังหวัดหนองบัวลำภู, อุดรธานี, ขอนแก่น, หนองคาย และจังหวัดนครราชสีมา ภาคตะวันออก รวมถึงภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีพายุลงหนักในวันนี้ และในวันที่ 14 มีนาคม สถานการณ์จะเริ่มคลี่คลายลง พายุจะค่อยๆ สลายตัวไป และอุณหภูมิจะกลับมาสูงขึ้น (อากาศร้อน) อีกครั้ง
ทั้งนี้อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เน้นย้ำว่าพายุฤดูร้อนรอบนี้อาจมาพร้อมกับพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ลูกเห็บตกและฟ้าผ่า ที่อาจเกิดขึ้นได้ ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใกล้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง หรือป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรงใน เกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดกับผลผลิตทางการเกษตร อีกทั้ง ตลอดช่วงฤดูร้อนนี้มีโอกาสที่จะเกิดพายุฤดูร้อนได้เป็นระยะๆ ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด








