กรมควบคุมโรค รณรงค์วันไตโลก 2569 ชวนคนไทย คัดกรองป้องกัน รู้ทันโรคไต ใส่ใจรักษ์โลก

นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า สมาคมโรคไตนานาชาติได้กำหนดให้วันพฤหัสบดีที่สองของเดือนมีนาคมของทุกปีเป็นวันไตโลก ซึ่งปีนี้ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม 2569 โดยสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยได้กำหนดคำขวัญ “คัดกรองป้องกัน รู้ทันโรคไต ใส่ใจรักษ์โลก” เพื่อเน้นย้ำให้ประชาชนตระหนักว่า โรคไตเป็นปัญหาสุขภาพสำคัญที่อยู่ใกล้ตัวและทุกคนสามารถป้องกันได้ด้วยการดูแลสุขภาพและตรวจคัดกรองความเสี่ยงเป็นประจำ

จากข้อมูลทั่วโลกพบมีผู้ป่วยโรคไตมากกว่า 850 ล้านคน ขณะที่ไทยมีแนวโน้มผู้ป่วยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยข้อมูลย้อนหลัง ปี 2566 พบผู้ป่วย 1,062,756 คน และเพิ่มเป็น 1,145,423 คน ในปี 2568 กระทรวงสาธารณสุขจึงดำเนินโครงการ “คนไทย 7.2 ล้านคน รู้ค่าความเสี่ยงโรคไต” โดยมุ่งเน้นการตรวจคัดกรองค้นหาผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ได้แก่ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ผู้ป่วยนิ่วในไต ผู้ป่วยโรคเกาต์ และผู้ป่วยที่มีประวัติซื้อยาชุดหรือยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDS กินเป็นประจำ โดยเน้นการตรวจคัดกรองตั้งแต่ระยะเริ่มต้นผ่านการตรวจเลือดและตรวจปัสสาวะ รวมถึงให้คำแนะนำในการปรับพฤติกรรมสุขภาพ เพื่อลดความเสี่ยงและชะลอการเสื่อมของไต เป้าหมายคือให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงอย่างน้อย 7.2 ล้านคนทั่วประเทศ ได้รับการคัดกรองโรคไต ปัจจุบันมีประชาชนเข้ารับการคัดกรองแล้ว 4,967,788 คน คิดเป็นร้อยละ 69 ของเป้าหมาย ผ่านระบบบริการสุขภาพของประเทศ และในปี 2567 มีผู้ป่วยโรคไตเสียชีวิตกว่า 10,000 คน

ด้านนายแพทย์นิติ เหตานุรักษ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า โรคไตเรื้อรังเป็นภาวะที่ไตได้รับความเสียหายหรือทำงานผิดปกติติดต่อกันมากกว่า 3 เดือนขึ้นไป ทำให้ประสิทธิภาพในการกรองของเสียและน้ำส่วนเกินออกจากเลือดลดลง หากไม่ได้รับการรักษา ของเสียจะสะสมในร่างกายจนเกิดอันตรายและอาจลุกลามไปสู่ภาวะไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ซึ่งจำเป็นต้องรักษาด้วยการฟอกไตหรือการปลูกถ่ายไต อาการที่อาจพบได้ เช่น ปัสสาวะผิดปกติ อาการบวมตามร่างกาย และอ่อนเพลีย อย่างไรก็ตาม โรคไตเรื้อรังมักไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะแรก ทำให้หลายคนไม่รู้ตัวว่าป่วย

สำหรับปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไตอักเสบ ภาวะอุดกั้นทางเดินปัสสาวะ การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ โรคเกาต์ โรคทางพันธุกรรมหรือความพิการแต่กำเนิด การใช้ยาแก้ปวดหรือสมุนไพรบางชนิดเป็นเวลานาน รวมถึงการได้รับสารพิษจากสิ่งแวดล้อมซึ่งล้วนเพิ่มโอกาสในการเกิดโรคไตเรื้อรังได้ สำหรับการป้องกันโรคไตเรื้อรัง ประชาชนควรควบคุมระดับความดันโลหิตและระดับน้ำตาลในเลือด รับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์ ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอวันละ 8 – 10 แก้ว และตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ขณะเดียวกันควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การใช้ยาแก้ปวดหรือสารที่มีพิษต่อไตเป็นเวลานาน การสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า การรับประทานอาหารรสเค็มจัด รวมถึงการกลั้นปัสสาวะเป็นเวลานาน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันโรคไตเรื้อรังในระยะยาว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง