แถลงผลโครงการ “1 DAAN 1 LAB 1 DAY” ตรวจเข้มผักผลไม้นำเข้า พบสารพิษตกค้างเกินมาตรฐาน 47 ตู้ เตรียมขยายมาตรการตรวจสอบทั่วประเทศ

นายสุนทร พฤกษพิพัฒน์ ประธานอนุกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค ในคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา พร้อมด้วย นายนิคม มากรุ่งแจ้ง อนุกรรมาธิการ นางสาวปรกชล อู๋ทรัพย์ อนุกรรมาธิการ ผู้แทนเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Thai-PAN) และนายไชยวัฒน์ อัศวเบ็ญจาง ที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการ และผู้แทนสภาองค์กรของผู้บริโภค แถลงความคืบหน้าโครงการ “1 ด่าน 1 แล็บ 1 วัน” (1DAAN 1LAB 1DAY) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบผักและผลไม้นำเข้าก่อนเข้าสู่ตลาดภายในประเทศ

โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างอนุกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค กรมศุลกากร และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อยกระดับมาตรการตรวจสอบสินค้าเกษตรนำเข้าให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยใช้หลักการตรวจสอบตามมาตรฐานสากล 3 ด้าน ได้แก่ มาตรฐานทางวิทยาศาสตร์ โดยอ้างอิงผลตรวจจากห้องปฏิบัติการของ อย. มาตรฐานทางคณิตศาสตร์จากการสุ่มตัวอย่างที่เหมาะสม และมาตรฐานความเท่าเทียมในการตรวจสอบสินค้าจากทุกประเทศโดยไม่เลือกปฏิบัติ เพื่อสกัดกั้นสินค้าที่มีสารปนเปื้อนไม่ให้เข้าสู่ตลาดภายในประเทศ

ทั้งนี้ ได้มีการลงพื้นที่นำร่องที่ด่านศุลกากรเชียงของ จังหวัดเชียงราย เพื่อตรวจสอบผักและผลไม้นำเข้า โดยใช้มาตรการ “1 ด่าน 1 แล็บ 1 วัน” ซึ่งช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการตรวจสอบสารตกค้าง และสามารถป้องกันไม่ให้สินค้าที่ปนเปื้อนสารพิษเข้าสู่ตลาดได้

ด้านนางสาวปรกชล อู๋ทรัพย์ อนุกรรมาธิการ ผู้แทนเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Thai-PAN) เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์ผักและผลไม้นำเข้าระหว่างวันที่ 18–22 มกราคมที่ผ่านมา จำนวน 158 ตู้ พบสารพิษตกค้างเกินค่ามาตรฐานที่ประเทศไทยกำหนดจำนวน 47 ตู้ โดยสินค้าที่พบปัญหามากที่สุด ได้แก่ ส้ม องุ่น และผักใบ เช่น ผักกาดหอม

สำหรับสารพิษที่ตรวจพบมากที่สุด คือ คลอร์ไพริฟอส (Chlorpyrifos) ซึ่งเป็นสารกำจัดศัตรูพืชที่ประเทศไทยยกเลิกการใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 เนื่องจากมีผลกระทบต่อระบบประสาท สามารถถ่ายทอดจากแม่สู่ทารกในครรภ์ และอาจส่งผลต่อพัฒนาการทางสมองของเด็กในระยะยาว

นอกจากนี้ ยังพบว่าสารดังกล่าวแม้บางประเทศผู้ส่งออกจะยกเลิกการใช้แล้ว แต่ยังคงตรวจพบตกค้างในสินค้าเกษตรบางประเภท สะท้อนถึงช่องว่างในการกำกับดูแลมาตรฐานการผลิตในประเทศต้นทาง โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้รายงานข้อมูลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสถานทูตของประเทศคู่ค้า เพื่อให้มีการปรับปรุงมาตรฐานการผลิตต่อไป

ขณะที่ นายไชยวัฒน์ อัศวเบ็ญจาง ที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการ และผู้แทนสภาองค์กรของผู้บริโภค กล่าวว่า สภาองค์กรของผู้บริโภคมีเครือข่ายสมาชิก 36 องค์กร ครอบคลุม 62 จังหวัด ทำหน้าที่เฝ้าระวัง แจ้งเตือนภัย และคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค รวมถึงผลักดันนโยบายด้านอาหารปลอดภัย และขับเคลื่อนกลไกระดับจังหวัดเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลความเสี่ยงด้านอาหารได้มากขึ้น

ทั้งนี้ อนุกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภคจะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาสังคม และหน่วยงานตรวจสอบ เพื่อขยายผลมาตรการดังกล่าวให้ครอบคลุม 40 ด่านทั่วประเทศ พร้อมยกระดับระบบอาหารปลอดภัยและการคุ้มครองผู้บริโภคของไทยอย่างต่อเนื่อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง