“ศุภจี” หารือแก้ปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำ คุมเข้มต่างชาติ ปิดวงจรนอมินี

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากกรณีเกษตรกรไทย
ผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอมได้รับผลกระทบอย่างหนักจากราคามะพร้าวตกต่ำ ซึ่งเกิดจากหลายปัจจัย อาทิ โรงงานคัด – ตัดแต่งผลสด อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป ไม่สามารถรับซื้อได้ เนื่องจากผลผลิตมีปริมาณมากเกินความต้องการ คุณภาพผลผลิตไม่ตรงตามที่ตลาดต้องการ รวมถึงมีกลุ่มทุนต่างชาติ หรือ นอมินี ที่แฝงเข้ามาดำเนินธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ทำให้โครงสร้างธุรกิจมะพร้าวน้ำหอมของคนไทยเปลี่ยนแปลง ประกอบกับเกษตรกรต้องเผชิญกับปัญหาการขายมะพร้าวน้ำหอมได้ในราคาต่ำ ไม่สัมพันธ์กับต้นทุนการเพาะปลูก รายได้จึงไม่เพียงพอที่จะดูแลผลผลิต
ให้ได้คุณภาพตามที่ตลาดต้องการ จึงเป็นช่องว่างให้กลุ่มทุนต่างชาติเข้ามามีบทบาทต่ออุตสาหกรรมมะพร้าวน้ำหอมทั้งกระบวนการ กระทรวงพาณิชย์ได้จัดประชุมหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำ โดยเชิญผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมมะพร้าว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม อาทิ สภาอุตสาหกรรมจังหวัดราชบุรี
สภาเกษตรกรจังหวัดราชบุรี สมาคมมะพร้าวน้ำหอมไทย และผู้ประกอบการในพื้นที่กว่า 15 ราย เพื่อระดมความคิดเห็นและสะท้อนมุมมองต้นทุนที่แท้จริง กำหนดทิศทางตลาด พร้อมหาแนวทางแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่ถูกสะสมมานาน สร้างกลไกราคาที่เป็นธรรม และยกระดับคุณภาพมะพร้าวน้ำหอมเพื่อสร้างโอกาสทางการตลาดมากขึ้น

การประชุมครั้งนี้ได้หารือถึงแผนการแก้ไขปัญหาราคามะพร้าวผันผวน แนวทางการปรับโครงสร้างธุรกิจล้งมะพร้าวให้มีความโปร่งใสและเป็นระบบมากขึ้น โดยวางกลยุทธ์บริหารจัดการปริมาณผลผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด (Demand และ Supply) เพื่อป้องกันภาวะสินค้าล้นตลาด ปรับโครงสร้างราคา การยกระดับคุณภาพสินค้าเพื่อลดการถูกปฏิเสธนำเข้าจากต่างประเทศ ควบคุมการแปรรูปให้ได้คุณภาพมาตรฐานและไม่มีสารปนเปื้อน การขยายโอกาสทางการตลาด เช่น การแปรรูป ขยายตลาดส่งออก พัฒนาสินค้าเข้าสู่ตลาดพรีเมียม และเพิ่มความต้องการของตลาดในประเทศ ควบคู่การกำกับดูแลธุรกิจที่เข้าข่ายการประกอบธุรกิจอำพรางโดยคนไทยเป็นตัวแทน (นอมินี) อย่างเข้มข้นเพื่อกำกับดูแลกลไกการตลาดที่เป็นธรรม สร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าในต่างประเทศ ซึ่งการแก้ไขปัญหาด้วยกลยุทธ์ดังกล่าว กระทรวงพาณิชย์ไม่สามารถขับเคลื่อนโดยลำพังเพียงหน่วยงานเดียวได้ แต่จำเป็นต้องมีการบูรณาการความร่วมมือทุกด้านเพื่อเป็นแนวทางปรับใช้กับสินค้าเกษตรอื่น ๆ ของไทย ขณะเดียวกันกระทรวงพาณิชย์มีแนวทางในการกำกับดูแลธุรกิจให้ดำเนินการตามกฎหมายภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 และพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างระบบตลาดสินค้าเกษตรที่เหมาะสม มุ่งการป้องกันและตรวจสอบการใช้นอมินีอย่างจริงจัง โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ อันจะช่วยปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ รักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันทางธุรกิจ เพื่อให้ระบบเศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

ด้านนายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญที่จะสร้างความยั่งยืนในอุตสาหกรรมมะพร้าวน้ำหอมไทย ซึ่งถือเป็นสินค้าที่มีศักยภาพสูงในตลาดโลก จึงต้องร่วมมือกันวางโครงสร้างที่แข็งแรงตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ป้องกันการเสียโอกาสการแข่งขันในเวทีระดับโลกของผู้ประกอบการไทย กรมพัฒนาธุรกิจการค้าขอยืนยันว่าจะเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อกำกับดูแลธุรกิจให้เป็นไปตามกฎหมาย สร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรมมะพร้าวน้ำหอมของไทยในระยะยาว และขอแจ้งเตือนไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องในการเอื้อประโยชน์ให้กับผู้กระทำผิด และเน้นย้ำให้คนไทยระมัดระวังไม่ให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน หรือถือหุ้นแทนคนต่างด้าวเพื่อให้คนต่างด้าวเหล่านั้นเข้ามาประกอบธุรกิจโดยหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนกฎหมาย หากตรวจสอบพบการกระทำผิดจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเข้มงวด โดยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ตามมาตรา 36 กรณีคนไทยที่ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนคนต่างด้าวให้กระทำความผิด และมาตรา 37 กรณีคนต่างด้าวที่ประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือ ปรับตั้งแต่ 100,000-1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลต้องระวางโทษปรับรายวัน วันละ 10,000-50,000 บาท จนกว่าจะเลิกฝ่าฝืน ทั้งนี้ เชื่อว่าราคามะพร้าวน้ำหอมจะทยอยปรับขึ้นราคาภายในช่วงระยะเวลา 1 เดือนจากนี้ ประกอบกับตลาดสำคัญอย่างประเทศจีนซึ่งกำลังจะพ้นฤดูหนาวจะกลับมาเริ่มดื่มเครื่องดื่มเย็นมากขึ้น

นายพูนพงษ์ ยังได้กล่าวถึงความร่วมมือระหว่างกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และกองบัญชาการสอบสวนกลาง (CIB) ในการตรวจสอบนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยง (ล้งมะพร้าว) ที่ใช้คนไทยเป็นนอมินี และเปิดปฏิบัติการตรวจค้นธุรกิจเป้าหมายนิติบุคคลรับซื้อมะพร้าวและโรงงานแปรรูปมะพร้าว โดยได้ร่วมกันแถลงข่าว “ปฏิบัติการปอกเปลือกนอมินี ตัดวงจรเครือข่ายล้งมะพร้าวนอมินีข้ามชาติ” เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 ว่า จากการตรวจสอบพบนิติบุคคลที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ตามท้ายบัญชีหนึ่ง ข้อ 2 การทำนา ทำไร่ หรือทำสวน และ บัญชีสาม ข้อ 13, 14 และ 15 ซึ่งเกี่ยวกับการผลิตผลทางการเกษตร การค้าปลีกและค้าส่ง จำนวน 6 ราย ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี และพบผู้ร่วมดำเนินการบุคคลสัญชาติไทย 10 ราย และ ชาวต่างชาติ 7 ราย

พฤติการณ์ที่บ่งชี้ว่าเข้าข่ายนอมินี เช่น 1. นิติบุคคลมีชื่อคนไทยถือหุ้นสัดส่วน 51% แต่พบว่า ผู้ถือหุ้น
ชาวไทยมีสถานะเป็นเพียงพนักงานระดับปฏิบัติการ พนักงานบัญชี หรือเป็นบุคคลที่ถูกว่าจ้างให้ลงชื่อในเอกสารเท่านั้น ไม่มีอำนาจการตัดสินใจในธุรกิจและไม่ได้รับส่วนแบ่งกำไรจากการประกอบธุรกิจ 2. ไม่มีอำนาจในการบริหารจัดการธุรกิจ ชาวต่างชาติที่เป็นนายทุนมีอำนาจในการสั่งซื้อ กำหนดราคา และระบบจัดการขนส่งทั้งหมด 3. ชาวต่างชาติที่เป็นนายทุนเข้าครอบงำห่วงโซ่อุปทานมะพร้าวน้ำหอมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำแบบเบ็ดเสร็จ กำหนด ราคารับซื้อหน้าสวนในราคาที่ต่ำกว่าปกติ กำไรที่ได้รับถูกโอนกลับไปยังกลุ่มนายทุนต่างชาติ โดยแจ้งผลประกอบการ “ขาดทุน” สวนทางกับรายได้ที่เพิ่มสูงขึ้นในแต่ละปี เป็นการอาศัยช่องว่างทางกฎหมายเอื้อประโยชน์นายทุนต่างชาติ ให้ไม่ต้องเสียภาษีแก่รัฐบาลไทยอย่างถูกต้อง สำหรับเรื่องราคาเชื่อว่าจากนี้น่าจะมีการทยอยปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งมีที่มาจากหลายสาเหตุ การที่ทุนต่างชาติเข้าครอบงำห่วงโซ่อุปทานมะพร้าวน้ำหอมเป็นเพียงหนึ่งสาเหตุเท่านั้น ฉะนั้นทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเข้ามาช่วยเหลือเกษตรกรตลอดห่วงโซ่อุปทาน นอกจากนี้ สำนักงานบัญชี หรือผู้ทำบัญชีที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด โดยใช้เอกสารประกอบการทำบัญชีที่ไม่ถูกต้อง จะเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 20 มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท รวมถึงพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 สำหรับสำนักงานบัญชี หรือผู้ทำบัญชี        มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี ที่กำหนดโดยสภาวิชาชีพบัญชี และหากผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี หรือผู้ซึ่งขึ้นทะเบียนกับสภาวิชาชีพบัญชีไม่ปฏิบัติตามจรรยาบรรณที่กำหนดตามพระราชบัญญัตินี้ให้ถือว่าผู้นั้นประพฤติผิดจรรยาบรรณ ต้องได้รับโทษตามที่กฎหมายกำหนด ที่ผ่านมาผู้กระทำผิดได้จ้างผู้ทำบัญชีหรือสำนักงานบัญชีเพื่อจดทะเบียนบริษัทนิติบุคคล โดยใช้ชื่อคนไทยเป็นกรรมการ ผู้ถือหุ้น ในลักษณะตัวแทนอำพรางหรือนอมินี สร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างมาก และสร้างความเดือดร้อนให้คนไทยและเศรษฐกิจไทย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานพันธมิตรจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่เพื่อนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ และกำจัดนอมินีให้หมดไปจากประเทศไทย ขณะเดียวกัน ก็พร้อมให้การสนับสนุนผู้ประกอบการที่ประกอบธุรกิจโดยสุจริตอย่างเต็มที่ด้วยเช่นกัน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้ที่ต้องการเข้ามาสร้างความเจริญเติบโตให้แก่ประเทศชาติ

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากกรณีเกษตรกรไทย ผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอมได้รับผลกระทบอย่างหนักจากราคามะพร้าวตกต่ำ ซึ่งเกิดจากหลายปัจจัย อาทิ โรงงานคัด – ตัดแต่งผลสด อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป ไม่สามารถรับซื้อได้ เนื่องจากผลผลิตมีปริมาณมากเกินความต้องการ คุณภาพผลผลิตไม่ตรงตามที่ตลาดต้องการ รวมถึงมีกลุ่มทุนต่างชาติ หรือ นอมินี ที่แฝงเข้ามาดำเนินธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ทำให้โครงสร้างธุรกิจมะพร้าวน้ำหอมของคนไทยเปลี่ยนแปลง ประกอบกับเกษตรกรต้องเผชิญกับปัญหาการขายมะพร้าวน้ำหอมได้ในราคาต่ำ ไม่สัมพันธ์กับต้นทุนการเพาะปลูก รายได้จึงไม่เพียงพอที่จะดูแลผลผลิตให้ได้คุณภาพตามที่ตลาดต้องการ จึงเป็นช่องว่างให้กลุ่มทุนต่างชาติเข้ามามีบทบาทต่ออุตสาหกรรมมะพร้าวน้ำหอมทั้งกระบวนการ กระทรวงพาณิชย์ได้จัดประชุมหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำ โดยเชิญผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมมะพร้าว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม อาทิ สภาอุตสาหกรรมจังหวัดราชบุรี สภาเกษตรกรจังหวัดราชบุรี สมาคมมะพร้าวน้ำหอมไทย และผู้ประกอบการในพื้นที่กว่า 15 ราย เพื่อระดมความคิดเห็นและสะท้อนมุมมองต้นทุนที่แท้จริง กำหนดทิศทางตลาด พร้อมหาแนวทางแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่ถูกสะสมมานาน สร้างกลไกราคาที่เป็นธรรม และยกระดับคุณภาพมะพร้าวน้ำหอมเพื่อสร้างโอกาสทางการตลาดมากขึ้น

การประชุมครั้งนี้ได้หารือถึงแผนการแก้ไขปัญหาราคามะพร้าวผันผวน แนวทางการปรับโครงสร้างธุรกิจล้งมะพร้าวให้มีความโปร่งใสและเป็นระบบมากขึ้น โดยวางกลยุทธ์บริหารจัดการปริมาณผลผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด (Demand และ Supply) เพื่อป้องกันภาวะสินค้าล้นตลาด ปรับโครงสร้างราคา การยกระดับคุณภาพสินค้าเพื่อลดการถูกปฏิเสธนำเข้าจากต่างประเทศ ควบคุมการแปรรูปให้ได้คุณภาพมาตรฐานและไม่มีสารปนเปื้อน การขยายโอกาสทางการตลาด เช่น การแปรรูป ขยายตลาดส่งออก พัฒนาสินค้าเข้าสู่ตลาดพรีเมียม และเพิ่มความต้องการของตลาดในประเทศ ควบคู่การกำกับดูแลธุรกิจที่เข้าข่ายการประกอบธุรกิจอำพรางโดยคนไทยเป็นตัวแทน (นอมินี) อย่างเข้มข้นเพื่อกำกับดูแลกลไกการตลาดที่เป็นธรรม สร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าในต่างประเทศ ซึ่งการแก้ไขปัญหาด้วยกลยุทธ์ดังกล่าว กระทรวงพาณิชย์ไม่สามารถขับเคลื่อนโดยลำพังเพียงหน่วยงานเดียวได้ แต่จำเป็นต้องมีการบูรณาการความร่วมมือทุกด้านเพื่อเป็นแนวทางปรับใช้กับสินค้าเกษตรอื่น ๆ ของไทย ขณะเดียวกันกระทรวงพาณิชย์มีแนวทางในการกำกับดูแลธุรกิจให้ดำเนินการตามกฎหมายภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 และพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างระบบตลาดสินค้าเกษตรที่เหมาะสม มุ่งการป้องกันและตรวจสอบการใช้นอมินีอย่างจริงจัง โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ อันจะช่วยปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ รักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันทางธุรกิจ เพื่อให้ระบบเศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

ด้านนายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญที่จะสร้างความยั่งยืนในอุตสาหกรรมมะพร้าวน้ำหอมไทย ซึ่งถือเป็นสินค้าที่มีศักยภาพสูงในตลาดโลก จึงต้องร่วมมือกันวางโครงสร้างที่แข็งแรงตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ป้องกันการเสียโอกาสการแข่งขันในเวทีระดับโลกของผู้ประกอบการไทย กรมพัฒนาธุรกิจการค้าขอยืนยันว่าจะเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อกำกับดูแลธุรกิจให้เป็นไปตามกฎหมาย สร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรมมะพร้าวน้ำหอมของไทยในระยะยาว และขอแจ้งเตือนไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องในการเอื้อประโยชน์ให้กับผู้กระทำผิด และเน้นย้ำให้คนไทยระมัดระวังไม่ให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน หรือถือหุ้นแทนคนต่างด้าวเพื่อให้คนต่างด้าวเหล่านั้นเข้ามาประกอบธุรกิจโดยหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนกฎหมาย หากตรวจสอบพบการกระทำผิดจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเข้มงวด โดยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ตามมาตรา 36 กรณีคนไทยที่ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนคนต่างด้าวให้กระทำความผิด และมาตรา 37 กรณีคนต่างด้าวที่ประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือ ปรับตั้งแต่ 100,000-1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลต้องระวางโทษปรับรายวัน วันละ 10,000-50,000 บาท จนกว่าจะเลิกฝ่าฝืน ทั้งนี้ เชื่อว่าราคามะพร้าวน้ำหอมจะทยอยปรับขึ้นราคาภายในช่วงระยะเวลา 1 เดือนจากนี้ ประกอบกับตลาดสำคัญอย่างประเทศจีนซึ่งกำลังจะพ้นฤดูหนาวจะกลับมาเริ่มดื่มเครื่องดื่มเย็นมากขึ้น

นายพูนพงษ์ ยังได้กล่าวถึงความร่วมมือระหว่างกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และกองบัญชาการสอบสวนกลาง (CIB) ในการตรวจสอบนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยง (ล้งมะพร้าว) ที่ใช้คนไทยเป็นนอมินี และเปิดปฏิบัติการตรวจค้นธุรกิจเป้าหมายนิติบุคคลรับซื้อมะพร้าวและโรงงานแปรรูปมะพร้าว โดยได้ร่วมกันแถลงข่าว “ปฏิบัติการปอกเปลือกนอมินี ตัดวงจรเครือข่ายล้งมะพร้าวนอมินีข้ามชาติ” เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 ว่า จากการตรวจสอบพบนิติบุคคลที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ตามท้ายบัญชีหนึ่ง ข้อ 2 การทำนา ทำไร่ หรือทำสวน และบัญชีสาม ข้อ 13, 14 และ 15 ซึ่งเกี่ยวกับการผลิตผลทางการเกษตร การค้าปลีกและค้าส่ง จำนวน 6 ราย ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี และพบผู้ร่วมดำเนินการบุคคลสัญชาติไทย 10 ราย และ ชาวต่างชาติ 7 ราย

พฤติการณ์ที่บ่งชี้ว่าเข้าข่ายนอมินี เช่น 1. นิติบุคคลมีชื่อคนไทยถือหุ้นสัดส่วน 51% แต่พบว่า ผู้ถือหุ้นชาวไทยมีสถานะเป็นเพียงพนักงานระดับปฏิบัติการ พนักงานบัญชี หรือเป็นบุคคลที่ถูกว่าจ้างให้ลงชื่อในเอกสารเท่านั้น ไม่มีอำนาจการตัดสินใจในธุรกิจและไม่ได้รับส่วนแบ่งกำไรจากการประกอบธุรกิจ 2. ไม่มีอำนาจในการบริหารจัดการธุรกิจ ชาวต่างชาติที่เป็นนายทุนมีอำนาจในการสั่งซื้อ กำหนดราคา และระบบจัดการขนส่งทั้งหมด 3. ชาวต่างชาติที่เป็นนายทุนเข้าครอบงำห่วงโซ่อุปทานมะพร้าวน้ำหอมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำแบบเบ็ดเสร็จ กำหนด ราคารับซื้อหน้าสวนในราคาที่ต่ำกว่าปกติ กำไรที่ได้รับถูกโอนกลับไปยังกลุ่มนายทุนต่างชาติ โดยแจ้งผลประกอบการ “ขาดทุน” สวนทางกับรายได้ที่เพิ่มสูงขึ้นในแต่ละปี เป็นการอาศัยช่องว่างทางกฎหมายเอื้อประโยชน์นายทุนต่างชาติ ให้ไม่ต้องเสียภาษีแก่รัฐบาลไทยอย่างถูกต้อง สำหรับเรื่องราคาเชื่อว่าจากนี้น่าจะมีการทยอยปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งมีที่มาจากหลายสาเหตุ การที่ทุนต่างชาติเข้าครอบงำห่วงโซ่อุปทานมะพร้าวน้ำหอมเป็นเพียงหนึ่งสาเหตุเท่านั้น ฉะนั้นทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเข้ามาช่วยเหลือเกษตรกรตลอดห่วงโซ่อุปทาน นอกจากนี้ สำนักงานบัญชี หรือผู้ทำบัญชีที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด โดยใช้เอกสารประกอบการทำบัญชีที่ไม่ถูกต้อง จะเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 20 มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท รวมถึงพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 สำหรับสำนักงานบัญชี หรือผู้ทำบัญชี มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี ที่กำหนดโดยสภาวิชาชีพบัญชี และหากผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี หรือผู้ซึ่งขึ้นทะเบียนกับสภาวิชาชีพบัญชีไม่ปฏิบัติตามจรรยาบรรณที่กำหนดตามพระราชบัญญัตินี้ให้ถือว่าผู้นั้นประพฤติผิดจรรยาบรรณ ต้องได้รับโทษตามที่กฎหมายกำหนด ที่ผ่านมาผู้กระทำผิดได้จ้างผู้ทำบัญชีหรือสำนักงานบัญชีเพื่อจดทะเบียนบริษัทนิติบุคคล โดยใช้ชื่อคนไทยเป็นกรรมการ ผู้ถือหุ้น ในลักษณะตัวแทนอำพรางหรือนอมินี สร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างมาก และสร้างความเดือดร้อนให้คนไทยและเศรษฐกิจไทย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานพันธมิตรจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่เพื่อนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ และกำจัดนอมินีให้หมดไปจากประเทศไทย ขณะเดียวกัน ก็พร้อมให้การสนับสนุนผู้ประกอบการที่ประกอบธุรกิจโดยสุจริตอย่างเต็มที่ด้วยเช่นกัน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้ที่ต้องการเข้ามาสร้างความเจริญเติบโตให้แก่ประเทศชาติ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง