นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร ยอมรับว่าที่ผ่านมา ประเทศไทยถูกใช้เป็นเส้นทางผ่านของขบวนการลักลอบสินค้าผิดกกฎหมายทั้งบุหรี่มวนและบุหรี่ไฟฟ้า เนื่องจากมีเส้นทางที่เชื่อมโยงทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ รวมถึงระบบการขนส่งที่มีศักยภาพสูง แม้ภาครัฐจะมีมาตรการควบคุมและสกัดกั้นที่เข้มงวด แต่กลับยังมีการลักลอบอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ที่พบมีการลักลอบนำเข้าบุหรี่ผิดกฎหมาย กว่าร้อยละ 90 โดยเฉพาะจังหวัดสงขลา สตูล และพัทลุง ซึ่งเป็นต้นทางสำคัญของการแพร่กระจายสู่ตลาดเถื่อนทั่วประเทศ ส่วนบุหรี่ไฟฟ้าจะมีต้นทางจากจีน ก่อนถูกลำเลียงเข้ามาทางท่าเรือคลองเตย และด่านทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก่อนนำไปพักตามแหล่งต่างๆ ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อเตรียมกระจายสินค้าผิดกฎหมายผ่านช่องทางออนไลน์ที่ครอบคลุมพื้นที่กว่าร้อยละ 95 ของประเทศ หรือการขนส่งในรูปแบบต่างๆ ไปยังลูกค้าปลายทางต่อไป ซึ่งการนำเข้าและการส่งออกของประเทศในแต่ละปีมีปริมาณมหาศาล โดยตู้คอนเทนเนอร์เข้าและออกประเทศไทยมีมากกว่า 13.2 ล้านตู้ และพัสดุไปรษณีย์มากกว่า 300 ล้านกล่อง จึงไม่สามารถเปิดตรวจสอบทุกชิ้นได้
กรมศุลกากร จึงต้องใช้การสืบสวนเชิงลึก ร่วมกับระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยการสแกน รวมถึงการประยุกต์ใช้ AI และ Big Data เพื่อคัดกรองความเสี่ยงได้อย่างแม่นยำ แทนการสุ่มตรวจแบบหว่านแห เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพและเกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด ตลอดจนป้องกันการลักลอบการนำเข้าและส่งออกสินค้าผิดกฎหมายได้อย่างตรงจุด ทำให้ช่วงที่ผ่านมา กรมศุลกากร สามารถจับกุมบุหรี่ต่างประเทศกว่า 27.3 ล้านมวน และบุหรี่ไฟฟ้าพร้อมอุปกรณ์กว่า 205,000 ชิ้น มูลค่ากว่า 169 ล้านบาท โดยเฉพาะ ช่วง 120 วันแรกในตำแหน่งอธิบดีกรมศุลกากร มีการจับกุมคดีคุ้มครองผู้บริโภคเกือบ 2,000 ราย ยึดบุหรี่ผิดกฎหมายเกือบ 30 ล้านมวน และบุหรี่ไฟฟ้ากว่า 200,000 ชิ้น โดยล็อตใหญ่ล่าสุด สร้างความเสียหายเฉียด 170 ล้านบาท
นอกจากนี้ กรมศุลกากร ได้เดินหน้าปรับปรุงมาตรการลงโทษการลักลอบนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า เพื่ออุดช่องโหว่การสำแดงราคาต่ำที่เคยเกิดขึ้น โดยเปลี่ยนเกณฑ์ค่าปรับเดิม ที่อิง “มูลค่าสินค้า” มาเป็น “ปรับรายชิ้น” แทน โดยกำหนดกรอบเบื้องต้นสำหรับบุหรี่ไฟฟ้า กำหนดค่าปรับ 100 บาทต่อชิ้น (อยู่ระหว่างการปรับแก้เพื่อให้มีผลบังคับใช้) เน้นปรับผู้ครอบครองในจังหวะนำเข้า หากตรวจพบที่ตู้คอนเทนเนอร์หรือคลังสินค้า เจ้าหน้าที่จะดำเนินการเปรียบเทียบปรับเจ้าของสินค้าทันที แต่กรณีส่งผ่านไปรษณีย์ ที่ไม่มีผู้แสดงตัวเป็นเจ้าของยังไม่สามารถทำได้ จะต้องสืบค้นจากข้อมูลหน้ากล่องและเครือข่ายขนส่ง
ปัจจุบันบุหรี่ไฟฟ้าของกลางนับล้านชิ้น กำลังกลายเป็นภาระความเสี่ยงของภาครัฐ จากแบตเตอรี่ลิเธียมที่อาจก่อไฟไหม้ หากทำลายไม่ถูกวิธี อาจเกิดความร้อนสูงและลุกไหม้ได้ การทำลายจึงต้องดำเนินการอย่างรัดกุมและคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก การทำลายบุหรี่ไฟฟ้าจึงต้องแยกวงจรและแบตเตอรี่ไปกำจัดเฉพาะทาง ซึ่งมีต้นทุนสูงและใช้เวลามาก ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วางเป้าการเคลียร์ของกลางสะสมให้หมดก่อนเทศกาลสงกรานต์ เพื่อป้องกันไม่ให้คลังเก็บกลายเป็นแหล่งเสี่ยงไฟไหม้และสร้างปัญหาสิ่งแวดล้อม ขณะที่การทำลายบุหรี่มวนใช้ขบวนการโดยการเผาแบบระบบปิดเพื่อควบคุมมลพิษ
สำหรับปีนี้ (2569) กรมศุลกากร มุ่งลดการลักลอบบุหรี่ไฟฟ้าและบุหรี่เถื่อนลงอย่างมีนัยสำคัญ ด้วยการเพิ่มความเข้มข้นในพื้นที่อ่อนไหว และปรับเกณฑ์ค่าปรับให้ทันสมัย เพื่อขยายผลไปถึงเครือข่าย พร้อมเร่งปรับโครงสร้างกำกับดูแลทั้งระบบ เพื่อคืนความเป็นธรรมให้ตลาด สร้างความมั่นใจแก่ประชาชนและรักษาฐานรายได้ของรัฐไว้อย่างยั่งยืน พร้อมขอความร่วมมือประชาชน ไม่สนับสนุนสินค้าลักลอบ ระบบผิดกฎหมายก็อยู่ไม่ได้ จึงเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องให้ความร่วมมืออย่างจริงจัง








