กรมธุรกิจพลังงานยืนยัน ค่าการกลั่นที่ปรับสูงขึ้นช่วงนี้เป็นกลไกตลาดสากล ไม่พบความผิดปกติ และไม่ส่งผลโดยตรงต่อราคาน้ำมันที่ประชาชนเติมหน้าปั๊ม

นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ได้หารือร่วมกับผู้ประกอบการกลุ่มโรงกลั่นน้ำมันในประเทศ ถึงประเด็นความผันผวนของราคาน้ำมันและค่าการกลั่น (Refinery Margin) ที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงนี้ โดยกระทรวงพลังงานตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว ยืนยันว่าไม่พบความผิดปกติ เนื่องจากการปรับขึ้นดังกล่าวเป็นผลจากกลไกตลาดสากล

ค่าการกลั่นเป็นตัวชี้วัดส่วนต่างระหว่างราคาน้ำมันสำเร็จรูปกับต้นทุนน้ำมันดิบ โดยราคาน้ำมันสำเร็จรูป เช่น เบนซิน ดีเซล และก๊าซ LPG จะอิงตามราคาตลาดภูมิภาค หรือม็อบสิงคโปร์ (MOPS) ขณะที่ต้นทุนน้ำมันดิบเป็นไปตามกลไกการซื้อขายล่วงหน้าในตลาดโลก จึงทำให้ค่าการกลั่นเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ตลาดพลังงานระหว่างประเทศ

ค่าการกลั่นที่สำนักงานนโยบายและแผนพลังงานรายงานนั้น เป็นเพียงดัชนีสะท้อนสถานการณ์ตลาด ซึ่งมีทั้งช่วงที่เป็นบวกและติดลบ และไม่ได้สะท้อนผลกำไรที่แท้จริงของโรงกลั่นเสมอไป เนื่องจากหากโรงกลั่นมีประสิทธิภาพต่ำ แม้ค่าการกลั่นจะสูงก็อาจยังประสบภาวะขาดทุนได้

นอกจากนี้ หากโรงกลั่นซื้อน้ำมันดิบมาในช่วงที่ราคาสูง แต่เมื่อกลั่นเสร็จแล้วราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดโลกปรับตัวลดลง โรงกลั่นก็ต้องแบกรับความเสี่ยงจากการขาดทุนเช่นกัน

ค่าการกลั่นเป็นเพียงดัชนีที่สะท้อนส่วนต่างระหว่างราคาน้ำมันดิบกับน้ำมันสำเร็จรูปในแต่ละวันเท่านั้น ไม่ได้มีผลโดยตรงต่อราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการ โดยราคาน้ำมันที่ประชาชนจ่ายจะอิงจากราคาหน้าโรงกลั่นของผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป บวกด้วยภาษีและเงินส่งเข้ากองทุนต่าง ๆ ตามกลไกตลาดเสรี

ทั้งนี้ ในบางช่วงสถานการณ์พิเศษ เช่น ภาวะสงครามหรือความตึงเครียดด้านพลังงาน ราคาน้ำมันสำเร็จรูปอาจปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจากความตื่นตระหนกของตลาด แม้ต้นทุนน้ำมันดิบจะยังไม่ปรับขึ้นก็ตาม

สำหรับแนวโน้มราคาน้ำมันในสัปดาห์หน้า รัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงพลังงานร่วมกับสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมจัดทำฉากทัศน์เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือประชาชน และนำเสนอให้ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางพิจารณาต่อไป

ขณะเดียวกัน กระทรวงพลังงานยังอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการนำเข้าน้ำมันดิบจากรัสเซีย โดยพบว่าในเชิงเทคนิคโรงกลั่นในประเทศไทยสามารถรองรับน้ำมันดิบจากรัสเซียได้ ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการประสานงานกับกลุ่มโรงกลั่นและผู้ค้าพลังงาน เพื่อพิจารณารายละเอียดการจัดซื้อ ซึ่งเบื้องต้นจะอ้างอิงราคาน้ำมันดิบบรอนท์เป็นหลัก เพื่อเป็นอีกทางเลือกในการบริหารต้นทุนพลังงานของประเทศ และรองรับข้อจำกัดด้านการขนส่งและการผลิตจากแหล่งน้ำมันในตะวันออกกลาง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง