ตำรวจน้ำ ตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต และกรมการท่องเที่ยว รวบกัปตันชาวเยอรมันคาเรือใบหรู หลังลักลอบจัดแพ็กเกจทัวร์กลางทะเลอันดามันโดยไม่ได้รับอนุญาต

ตำรวจสอบสวนกลาง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.รน.3 กก.8 บก.รน. ร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต และเจ้าหน้าที่กรมการท่องเที่ยว เข้าตรวจสอบและจับกุมขบวนการลักลอบประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาต หลังเฝ้าติดตามพฤติการณ์และรวบรวมพยานหลักฐานนานกว่า 5 เดือน

การสืบสวนพบว่า มีกลุ่มชาวต่างชาติสัญชาติเยอรมันลักลอบจัดแพ็กเกจท่องเที่ยวทางทะเลในพื้นที่ทะเลอันดามัน โดยใช้รูปแบบเปิดบริษัทให้เช่าเรือบังหน้า แต่ในความเป็นจริงลักลอบจำหน่ายแพ็กเกจนำเที่ยวผ่านเว็บไซต์ให้กับนักท่องเที่ยวชาวเยอรมัน โดยเรียกเก็บค่าบริการในราคาสูงเป็นหลักแสนบาทต่อคน

ต่อมาเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณน่านน้ำจังหวัดภูเก็ต และพบเรือใบหรูต้องสงสัยลำหนึ่ง จึงเข้าทำการตรวจสอบ พบชายสัญชาติเยอรมันทำหน้าที่เป็นกัปตันเรือ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเรือลำดังกล่าวอยู่ภายใต้บริษัทที่เปิดดำเนินการในลักษณะให้เช่าเรือ แต่กลับนำเรือไปใช้ลักลอบจัดแพ็กเกจท่องเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ ภายในเรือพบนักท่องเที่ยวชาวเยอรมันจำนวน 6 คน

จากการสอบถามนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวให้การว่า ได้จองโปรแกรมนำเที่ยวผ่านเว็บไซต์และชำระเงินค่าบริการล่วงหน้าทั้งหมดผ่านบริษัทดังกล่าว เป็นแพ็กเกจล่องเรือท่องเที่ยวในทะเลอันดามันต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 11 วัน จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่า ผู้จัดทริปและบริษัทที่เกี่ยวข้องไม่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวแต่อย่างใด จึงถือเป็นการลักลอบประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้เกี่ยวข้องพร้อมรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา “ประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาต” ตามพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 และ “ไม่นำใบอนุญาตใช้เรือมากับเรือ” ซึ่งเป็นความผิดตามมาตรา 150 แห่งพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2535

ในพื้นที่มีการดำเนินธุรกิจลักษณะเดียวกันอีกหลายราย โดยใช้รูปแบบเปิดบริษัทให้เช่าเรือหรือใช้บุคคลอื่นถือหุ้นแทนในลักษณะ “นอมินี” เพื่อบังหน้า ก่อนลักลอบจำหน่ายแพ็กเกจนำเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติผ่านเว็บไซต์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการเรือท่องเที่ยวของไทยที่ดำเนินกิจการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อดำเนินการตรวจสอบและจับกุมผู้ประกอบการที่มีพฤติการณ์ลักษณะเดียวกัน พร้อมยืนยันว่าจะบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อคุ้มครองผู้ประกอบการไทยที่ดำเนินธุรกิจอย่างสุจริตและสร้างความเป็นธรรมในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทางทะเลของไทย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง