พิพัฒน์ มั่นใจหาน้ำมันสำรองได้ไม่ขาดแคลน แต่ต้องปรับราคาตามกลไกตลาดในภาวะสงคราม เตรียมเจรจาซื้อเพิ่มจากรัสเซีย

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือ ศบก. ยืนยัน ราคาน้ำมันดีเซล จะต้องตรึงไปถึง 16 มีนาคม เมื่อหลังครบกำหนด 15 วันที่นายกฯ ประกาศไว้ จะมีการประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้งว่าจะมีการขยับอย่างไร เชื่อว่าหลังข้อสรุปในวันที่ 16 มีนาคมก็จะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ว่าจะมีการปรับอย่างไร โดยเฉพาะการปรับหน้าสถานีบริการ และปัจจุบันไม่ใช่แค่หน้าสถานีบริการ แต่ยังมีน้ำมันภาคอุตสาหกรรม ซึ่งโดยปกติจะเป็นการซื้อในระบบขายส่งกับจ๊อบเบอร์ (ผู้ค้าส่งน้ำมันเชื้อเพลิงที่ซื้อน้ำมันจากโรงกลั่นหรือคลังน้ำมันหลัก) หรือบริษัทแม่ของจ็อบเบอร์ เช่น ปตท. บางจาก คาลเท็กซ์ ส่วนบริษัทที่ไม่มีขายส่งจะมีขายปลีกหน้าสถานีบริการ เช่น พีที ซัสโก้ ซึ่งบริษัทมีการขายส่งคงต้องมีการเจรจา ว่าจะมีแนวทางดำเนินการกับลูกค้าภาคอุตสาหกรรมอย่างไร

ส่วนน้ำมันเบนซิน ขณะนี้อาจจะมีการปรับในแต่ละสัปดาห์ โดยเป็นการปรับตามสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้นตลอดเวลา แต่ขอยืนยันว่าขณะนี้ เราสามารถหาน้ำมันดิบที่จะนำมากลั่น จากเดิมที่ตนบอกว่า 92 วัน เป็น 98 วัน รัฐบาลยังมีความมั่นใจ เพราะจากการยืนยันของกระทรวงพลังงาน ยังสามารถจัดหาน้ำมันดิบได้ แม้ 50% ที่มาจากประเทศกลุ่มอ่าว แต่อีก 50 % มาจากที่อื่น อีกทั้งสหรัฐอเมริกาเลิกบอยคอตน้ำมันจากรัสเซีย ซึ่งกระทรวงพลังงานจะเจรจาขอซื้อน้ำมันดิบจากรัสเซีย ยืนยันว่า รัฐบาลพยายามจัดหาน้ำมันดิบมาเติมในส่วนที่ขาดจากประเทศกลุ่มอ่าว ก่อนย้ำว่าขณะนี้ ไทยยังมีสำรองไปได้อีก 98 วัน

นายพิพัฒน์ กล่าวย้ำว่า ในส่วนน้ำมันดีเซล ที่เราเติมไบโอดีเซล 7% หลังจากนี้อาจต้องขยายไปเป็น 10% และสุดท้ายอาจขยายไปถึง 20% ซึ่งเราเคยประกาศใช้สำหรับรถบรรทุกมาแล้ว สามารถใช้ได้ในทุกยี่ห้อ เชื่อว่ารถเล็กโดยเฉพาะปิคอัพก็สามารถใช้ได้ ขอให้สบายใจว่าน่าจะจัดหาพลังงานสำรองได้โดยไม่ขาดตลาดแน่นอน ส่วนเรื่องกลไกราคา ต้องค่อยๆ ทยอยปรับตามกลไกตลาดในภาวะสงคราม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง