ที่ลานขนถ่ายสินค้า องค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี เครือข่ายผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมทุเรียนไทย 3 เครือข่าย ประกอบด้วย กลุ่มทำสวนเอาเงิน ไม่ได้เอาเงินทำสวน, สมาคมผู้ผลิตทุเรียนไทย (ATDP) และสมาคมทุเรียนไทย (TDA) ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมทุเรียนไทย จัดกิจกรรมเสวนาและถ่ายทอดองค์ความรู้ในหัวข้อ “สกัดทางสวม หวงสิทธิ์ GAP” โดยมีนางคณิตา ราษฎร์นุ้ย รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานเปิดกิจกรรมเสวนา เพื่อสร้างความรู้และป้องกันการสวมสิทธิ์ใบรับรองมาตรฐาน GAP พร้อมยกระดับมาตรฐานคุณภาพทุเรียนไทยให้แข่งขันในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน
การจัดกิจกรรมครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่อุตสาหกรรมทุเรียนไทยกำลังเผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งการแข่งขันจากประเทศคู่ค้า ปริมาณการส่งออกที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมถึงมาตรการควบคุมคุณภาพที่เข้มงวดมากขึ้นในตลาดปลายทาง ซึ่งหากภาคการผลิตขาดความเข้มแข็งในการกำกับดูแล อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของทุเรียนไทยในตลาดโลกได้
ที่ผ่านมาได้เกิดกรณีการสวมสิทธิ์ใบรับรองมาตรฐาน GAP รวมถึงการระงับใบรับรองสวนและใบ DOA ของล้งส่งออก อันมีสาเหตุมาจากการตรวจพบการปนเปื้อนสารเคมีในสินค้า ส่งผลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเพิ่มมาตรการตรวจสอบและควบคุมอย่างเข้มงวด สะท้อนให้เห็นว่าความประมาทหรือการกระทำที่ไม่ถูกต้องของบางราย อาจสร้างความเสียหายต่อทั้งระบบอุตสาหกรรมทุเรียนไทยได้
ภายในเวทีเสวนามีผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายภาคส่วนร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ ประกอบด้วย สำนักงานวิจัยและพัฒนาการเกษตรที่ 6 จังหวัดจันทบุรี, อาจารย์สัญชัย โกสัลล์วัฒนา จากกลุ่มทำสวนเอาเงิน ไม่ได้เอาเงินทำสวน, นายกฤติเดช อยู่รอด นายกสมาคมทุเรียนไทย, นายรัฐ จันทวิสูตร อุปนายกฝ่ายผลิตสมาคมทุเรียนไทย, นายสุเมธ ภูดารัตน์ เจ้าของเพจเหตุควายดำทำเกษตร , และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ยศพล ผลาผล จากมหาวิทยาลัยบูรพา โดยมีการพูดคุยในประเด็นสำคัญ เช่น “มาตรการ 69 ล็อกเป้าทุเรียนคุณภาพ” “GAP สร้างค่า ไม่ใช่กระดาษสร้างภาพ” “สวมสิทธิ์พ่นพิษ วิกฤตเกษตรกร” และ “ล้งจุดเสี่ยง เลี่ยงจุดตาย ขายทุเรียนปลอดภัย” เพื่อถอดบทเรียนจากปัญหาที่เกิดขึ้น และกำหนดแนวทางป้องกันในระดับระบบ สร้างความตระหนักรู้ให้เกษตรกรเห็นคุณค่าและความสำคัญของใบรับรอง GAP ในฐานะทรัพย์สินทางอาชีพที่ต้องปกป้อง พร้อมถ่ายทอดบทเรียนจากเหตุการณ์การสวมสิทธิ์ที่ผ่านมา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายซ้ำในฤดูกาลผลิตต่อไป รวมถึงเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรการควบคุมคุณภาพและข้อกำหนดการส่งออก เพื่อให้เกษตรกรสามารถปรับตัวได้อย่างถูกต้อง
อาจารย์สัญชัย โกสัลล์วัฒนา จากกลุ่มทำสวนเอาเงิน ไม่ได้เอาเงินทำสวน กล่าวว่า ที่ผ่านมาแม้เกษตรกรจะตั้งใจผลิตทุเรียนคุณภาพ แต่ก็ยังต้องเผชิญข้อจำกัดจากตลาดปลายทางและปัญหาการควบคุมมาตรฐาน ดังนั้นการจัดเวทีครั้งนี้จึงต้องการให้เกษตรกรร่วมกันปกป้องสิทธิ์ของตนเอง โดยเฉพาะใบรับรอง GAP ซึ่งเป็นหลักประกันคุณภาพที่สำคัญในการส่งออกทุเรียนไทยสู่ตลาดโลก พร้อมกันนี้ยังฝากถึงหน่วยงานภาครัฐให้เข้ามามีบทบาทในการดูแลและสนับสนุนเกษตรกรอย่างจริงจัง เนื่องจากเกษตรกรเพียงฝ่ายเดียวไม่สามารถแก้ไขปัญหาเชิงระบบของอุตสาหกรรมทุเรียนได้ทั้งหมด โดยเฉพาะประเด็นการดำเนินธุรกิจของล้งรับซื้อผลผลิต ซึ่งปัจจุบันมีทั้งผู้ประกอบการไทยและนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะจากประเทศจีนเข้ามาดำเนินธุรกิจในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นโอกาสทางการค้า แต่ภาครัฐจำเป็นต้องกำกับดูแลอย่างเข้มงวด และจัดการกับล้งที่ดำเนินธุรกิจไม่โปร่งใส เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอยเช่นกรณีอุตสาหกรรมมะพร้าว
ทั้งนี้ เครือข่ายผู้จัดกิจกรรมย้ำว่า การรักษามาตรฐาน GAP อย่างจริงจังจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาคุณภาพทุเรียนไทย สร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดโลกและทำให้อุตสาหกรรมทุเรียนไทยเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต








