กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัย ร่วมกับมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทยและภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน 22 แห่ง โดยการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ จัดการประชุมภาคีเครือข่ายขับเคลื่อนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือน เพื่อระดมความร่วมมือผลักดันนโยบายและสร้างกระแสสังคมในการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างต่อเนื่อง ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญสถานการณ์สังคมสูงวัย ควบคู่กับอัตราการเกิดที่ลดลงต่อเนื่องกว่า 10 ปี โดยในปี 2568 มีเด็กเกิดใหม่เพียงประมาณ 420,000 คน ต่ำสุดในรอบ 75 ปี ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตอยู่ที่ประมาณ 560,000 คน สะท้อนให้เห็นว่า “เด็กทุกคนคือ ทรัพยากรที่มีคุณค่าที่สุดของประเทศ” การส่งเสริมให้เด็กได้รับนมแม่ตั้งแต่แรกเกิดจึงเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตของชาติ เนื่องจากนมแม่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน พัฒนาสมองและสุขภาวะ ลดความเสี่ยงโรคติดเชื้อ โรค NCDs และโรคภูมิแพ้ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของสุขภาพประชาชนในระยะยา
นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขยังสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เพราะนมแม่เป็นสารอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก รวมทั้งดำเนินการร่วมกับกับมูลนิธินมแม่แห่งประเทศไทย ภาคีเครือข่ายขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาอนามัยการเจริญพันธุ์แห่งชาติ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2560 – 2568 ส่งเสริมการเกิดอย่างมีคุณภาพ โดยเน้นว่านมแม่เป็นอาหารมื้อแรกที่ดีที่สุดของทารกมีสารอาหารสำคัญมากกว่า 200 ชนิด และเปรียบเสมือนภูมิคุ้มกันเข็มแรกของชีวิต
แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัยได้ดำเนินการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างต่อเนื่อง ทั้งในระดับนโยบาย ระบบบริการสุขภาพ และสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยพัฒนาแนวทางดูแลสุขภาพแม่และเด็กแบบครบวงจร ตั้งแต่เตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์ การดูแลหญิงตั้งครรภ์ตามมาตรฐาน การส่งเสริมให้นมแม่ทันทีหลังคลอด การติดตามเยี่ยมหลังคลอด และพัฒนาคลินิกสุขภาพเด็กดี เพื่อสนับสนุนให้แม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้อย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญ คือ ปกป้อง ส่งเสริม และสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือน โดยผลักดันมาตรการทางกฎหมายและการสื่อสารสาธารณะ เพื่อคุ้มครองสิทธิเด็กในการได้รับนมแม่และควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็กอย่างเหมาะสม
ด้านแพทย์หญิงศิริพร กัญชนะ ประธานมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ความท้าทายในการขับเคลื่อนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่นั้นมีหลายด้าน การจะประสบผลสำเร็จได้จำเป็นต้องพัฒนาอย่างเป็นระบบ เพื่อให้แม่และลูกได้เริ่มต้นให้นมแม่อย่างถูกต้องในสถานพยาบาล และต่อเนื่องจนสามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวครบ 6 เดือน รวมทั้งให้นมแม่ร่วมกับอาหารตามวัยจนถึง 2 ปีหรือนานกว่า โดยต้องอาศัยการสนับสนุนเชิงนโยบายและงบประมาณจากภาครัฐ เพื่อสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่เอื้อต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในทุกระดับ ทั้งในสถานบริการสุขภาพ ชุมชน สถานประกอบการและสังคมโดยรวม อาทิ การพัฒนาศักยภาพบุคลากร การจัดบริการและสิ่งแวดล้อมที่สนับสนุนแม่ให้นมลูก การจัดมุมนมแม่ในที่ทำงานและสถานที่สาธารณะ การสนับสนุนบทบาทเครือข่ายชุมชน การพัฒนาศูนย์เด็กเล็กคุณภาพ รวมถึงการผลักดันนโยบายการลาคลอดและการลงทุนด้านการสื่อสารสาธารณะอย่างต่อเนื่อง








