นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หารือทางโทรศัพท์กับนายเซย์เยด อับบาส อะรอกชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน โดยนายสีหศักดิ์ ได้ขอให้ฝ่ายอิหร่านสนับสนุนภารกิจการให้ความช่วยเหลือลูกเรือไทย 3 คนที่ยังติดค้างอยู่บนเรือ “มยุรี นารี” พร้อมทั้งหารือเกี่ยวกับการอนุญาตให้เรือพาณิชย์ไทยสามารถเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย
อีกทั้งยังได้ย้ำท่าทีของไทยที่เรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกลับสู่กระบวนการเจรจาและการทูต เพื่อให้สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางจบลงด้วยสันติวิธีโดยเร็วที่สุด
ความคืบหน้าการช่วยเหลือลูกเรือไทย กระทรวงการต่างประเทศ รายงานว่า กรณีเรือสินค้า “มยุรี นารี” ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2569 บริษัทเจ้าของเรือได้เคลื่อนย้ายลูกเรือจำนวน 20 คน ออกจากเมืองคาซับ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เดินทางถึงกรุงมัสกัต ประเทศโอมานแล้ว โดยสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมัสกัต ได้ให้การดูแลอย่างใกล้ชิด และลูกเรือทั้งหมดมีกำหนดเดินทางกลับประเทศไทยในวันที่ 15 มีนาคม 2569 และจะถึงประเทศไทยในวันที่ 16 มีนาคม 2569 อย่างไรก็ตาม ยังมีลูกเรืออีก 3 คนที่ต้องได้รับความช่วยเหลือเพิ่มเติม โดยมีรายงานว่าเรือ “มยุรี นารี” ได้ลอยเข้าไปในน่านน้ำของอิหร่านแล้ว กระทรวงการต่างประเทศได้ประสานกับฝ่ายอิหร่านเพื่อให้การช่วยเหลือ โดยประเด็นดังกล่าวได้ถูกหยิบยกขึ้นหารือในการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่าง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยกับรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านด้วย
ขณะที่นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ท่ามกลางวิกฤตที่เกิดจากผลกระทบของการสู้รบในตะวันออกกลาง ยังถือเป็นโอกาสทางการค้าของไทย เนื่องจากขณะนี้หลายประเทศในตะวันออกกลางมีความต้องการสินค้าอาหารและวัตถุดิบเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะสินค้าอาหารและอาหารแปรรูป อย่างไรก็ตามด้วยข้อจำกัดด้านการขนส่งสินค้าทำให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซมีความเสี่ยง จึงเสนอให้พิจารณาหารือกับรัฐบาลอิหร่าน เพื่อเปิดโอกาสแก่เรือสินค้าจากไทย หากเจรจาได้สำเร็จ ไทยจะสามารถส่งออกสินค้าอาหารและอาหารแปรรูปไปยังตลาดตะวันออกกลางได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน ยังสามารถนำเข้าพลังงานหรือปุ๋ยจากภูมิภาคตะวันออกกลางกลับมายังประเทศไทยได้ด้วย








