กรุงเทพมหานครเปิด “BKK Cooling Center” ห้องหลบร้อน 304 แห่งทั่วกรุงเทพฯ พร้อมระบบแจ้งเตือนค่าดัชนีความร้อนแบบเรียลไทม์ ผ่านเว็บไซต์และแอป AirBKK รับมืออากาศร้อนจัดปี 2569

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานแถลงมาตรการเตรียมความพร้อมรับมือสภาพอากาศร้อนจัดปี 2569 พร้อมเปิดตัว “BKK Cooling Center” หรือห้องหลบร้อน ณ ศูนย์นันทนาการเทเวศร์ เขตพระนคร เพื่อเป็นพื้นที่ให้ประชาชนเข้าพักหลบความร้อนในช่วงฤดูร้อนที่ดัชนีความร้อนพุ่งสูง ท่ามกลางแนวโน้มสภาพอากาศที่รุนแรงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศให้ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อนตั้งแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ และคาดว่าจะสิ้นสุดช่วงกลางเดือนพฤษภาคม 2569 กรุงเทพมหานครจึงบูรณาการการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำแผนบริหารจัดการความร้อนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2569 เพื่อบรรเทาผลกระทบด้านสุขภาพของประชาชน

จากการติดตามสถานการณ์พบว่า ช่วงเวลา 10.00–15.00 น. เป็นช่วงที่อุณหภูมิและรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) สูงที่สุด โดยเฉพาะกลุ่มอาชีพที่ต้องทำงานกลางแจ้ง เช่น วินจักรยานยนต์รับจ้าง พนักงานกวาดถนน และแรงงานก่อสร้าง กรุงเทพมหานครจึงกำหนดให้ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงเวลาหลักในการเปิดให้บริการห้องหลบร้อน

ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครได้จัดตั้ง “BKK Cooling Center” จำนวน 304 แห่ง กระจายทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย โรงเรียนในสังกัด กทม. 100 แห่ง ซึ่งจะเริ่มเปิดให้บริการวันที่ 1 เมษายน 2569 โรงเรียนฝึกอาชีพ 10 แห่ง ศูนย์บริการสาธารณสุข 68 แห่ง ศูนย์บริการในสังกัดสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว 76 แห่ง และสำนักงานเขต 50 แห่ง โดยทุกแห่งเป็นห้องปรับอากาศ มีพื้นที่พักผ่อน น้ำดื่ม และชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น พร้อมเจ้าหน้าที่ผ่านการอบรมการดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากความร้อน

ประชาชนสามารถตรวจสอบพิกัดห้องหลบร้อนและจุดบริการน้ำดื่มได้ผ่านเว็บไซต์ Greener Bangkok โดยต้องแสดงบัตรประชาชนเพื่อลงทะเบียนก่อนเข้าใช้บริการ ทั้งนี้ วันและเวลาเปิดให้บริการของแต่ละแห่งอาจแตกต่างกัน

นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครยังจัดตั้งจุดหลบร้อนเพิ่มเติมในรูปแบบ “BKK Cooling Spot” อีก 178 แห่ง แบ่งเป็นสวนสาธารณะ 48 แห่ง และสวน 15 นาที 130 แห่ง เพื่อให้ประชาชนที่มาออกกำลังกายสามารถคลายร้อนได้ รวมทั้งจัดจุดบริการน้ำดื่มสะอาดฟรีทั่วกรุงเทพมหานครจำนวน 2,806 จุด

มาตรการดังกล่าวให้ความสำคัญกับการดูแลกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก สตรีมีครรภ์ ผู้ป่วยโรคประจำตัว และแรงงานกลางแจ้ง ซึ่งมีความเสี่ยงต่อภาวะโรคลมแดด หรือ Heat Stroke มากกว่ากลุ่มอื่น โดยตั้งเป้าให้ประชาชนสามารถเข้าถึงห้องหลบร้อนได้ในระยะเดินเท้าไม่เกิน 800 เมตร

สำหรับชุมชนที่ยังไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่หลบร้อน กรุงเทพมหานครจะจัดทีมเจ้าหน้าที่จากสำนักอนามัยและสำนักงานเขตลงพื้นที่เชิงรุก พร้อมแจกจ่ายเวชภัณฑ์และพัดคลายร้อนจำนวน 16,000 ชิ้น ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงสาธารณสุข

ขณะเดียวกัน กรุงเทพมหานครยังพัฒนาระบบติดตามและแจ้งเตือนค่าดัชนีความร้อน หรือ Heat Index แบบเรียลไทม์ ผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน AirBKK เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบสถานการณ์ความร้อนในแต่ละพื้นที่ โดยการแจ้งเตือนแบ่งออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ ระดับสีเขียว เฝ้าระวัง ระดับสีเหลือง เตือนภัย ระดับสีส้ม อันตราย และระดับสีแดง อันตรายมาก ซึ่งหากค่าดัชนีความร้อนสูงเกิน 52 องศาเซลเซียส ประชาชนควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งอย่างเด็ดขาด เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคลมแดด

ด้านนายพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ปัญหาความร้อนในเมือง หรือ Urban Heat เป็นความท้าทายสำคัญของกรุงเทพมหานครในอนาคต จึงจำเป็นต้องวางแผนระยะยาวควบคู่กับมาตรการระยะสั้น โดยที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครได้ดำเนินโครงการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและปลูกต้นไม้แล้วกว่า 2.4 ล้านต้น พร้อมทั้งพัฒนาสวนสาธารณะและสวน 15 นาทีเพิ่มอีกกว่า 400 แห่ง เพื่อช่วยลดอุณหภูมิในเมืองและเพิ่มพื้นที่ร่มเงาให้ประชาชน

ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครจะเปิดให้บริการห้องหลบร้อนเป็นระยะเวลา 2 เดือน ตั้งแต่ขณะนี้ไปจนถึงวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 พร้อมขอความร่วมมือจากภาคเอกชนในการสนับสนุนพื้นที่หรือทรัพยากรเพิ่มเติม เพื่อขยายจุดหลบร้อนและเพิ่มการเข้าถึงบริการให้ครอบคลุมประชาชนมากยิ่งขึ้นในช่วงฤดูร้อนปีนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง