คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง หรือ กบง. ออกประกาศฉบับที่ 22 พ.ศ. 2569 ปรับปรุงอัตราเงินส่งเข้ากองทุนและเงินชดเชยสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาขายปลีกในประเทศไม่ให้สูงเกินไป ลดภาระค่าครองชีพประชาชน โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป โดยมีสาระสำคัญคือการกำหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุน อัตราเงินชดเชย และอัตราเงินคืนสำหรับน้ำมันประเภทต่าง ๆ ทั้งที่ผลิตในราชอาณาจักรและนำเข้ามาเพื่อใช้ในประเทศ โดยกลุ่มน้ำมันดีเซลสำหรับ “ดีเซลหมุนเร็วธรรมดา” และ “ดีเซลหมุนเร็ว B20” รัฐยังคงให้การสนับสนุนโดยจ่าย เงินชดเชยให้ลิตรละ 20.36 บาท ขณะที่ “ดีเซลหมุนเร็วพรีเมียม” (เช่น Caltex Power Diesel, Shell V-Power Diesel) จะต้อง ส่งเงินเข้ากองทุนลิตรละ 1.50 บาท กลุ่มน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ “น้ำมันเบนซิน” ต้อง ส่งเงินเข้ากองทุนลิตรละ 0.10 บาท ขณะที่กลุ่มแก๊สโซฮอล์ส่วนใหญ่จะได้รับเงินชดเชย เช่น แก๊สโซฮอล์ 95 และ 91 ชดเชยลิตรละ 9.73 บาท และ แก๊สโซฮอล์ E85 ชดเชยลิตรละ 2.28 บาท และกลุ่มน้ำมันอื่น ๆ เช่น น้ำมันก๊าดส่งเงินเข้ากองทุน 0.10 บาท และน้ำมันเตาส่งเงินเข้ากองทุน 0.06 บาทต่อลิตร
ทั้งนี้ การปรับเปลี่ยนดังกล่าวเป็นไปตามกรอบนโยบายที่ต้องการให้ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศอยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงความผันผวนของราคาตลาดโลก และหลีกเลี่ยงการอุดหนุนราคาน้ำมันข้ามกลุ่ม หรือ Cross Subsidies เพื่อให้สะท้อนมูลค่าที่แท้จริงและไม่กระทบต่อกลไกตลาดเสรี








