ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณท่าเทียบเรือพัทยาใต้ แหลมบาลีฮาย จังหวัดชลบุรี สอบถามผู้ประกอบการเรือสปีดโบ้ทเส้นทางพัทยา–เกาะล้าน ภายหลังเกิดกระแสความกังวลเรื่องน้ำมันเชื้อเพลิงอาจขาดตลาด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจเดินเรือและภาพรวมการท่องเที่ยวเมืองพัทยา
นายสุรินทร์ เทียพันธ์ อายุ 53 ปี หรือ “พี่แขก โปรเกรส” หนึ่งในผู้ประกอบการเรือสปีดโบ้ท เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์ยังไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการให้บริการรับส่งนักท่องเที่ยว โดยสถานีบริการน้ำมันจำกัดการเติมอยู่ที่ 2–3 แกลอนต่อครั้ง (แกลอนละ 30 ลิตร) จากเดิมในภาวะปกติสามารถเติมได้ถึง 10 แกลอนต่อปั๊ม ซึ่งปริมาณดังกล่าวยังเพียงพอต่อการเดินเรือในแต่ละวัน
ผู้ประกอบการจึงยังคงอัตราค่าบริการตามปกติ ไม่มีการปรับขึ้นแต่อย่างใด แต่กังวล หากในอนาคตเกิดภาวะน้ำมันขาดแคลนและราคาปรับตัวสูงขึ้น อาจจำเป็นต้องปรับค่าบริการให้สอดคล้องกับต้นทุน ซึ่งอาจกระทบนักท่องเที่ยวและส่งผลต่อบรรยากาศการท่องเที่ยวโดยรวม จึงอยากให้ภาครัฐติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมพิจารณามาตรการรองรับและช่วยเหลือ เพื่อรักษาเสถียรภาพต้นทุนและสร้างความเชื่อมั่นต่อภาคการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่เมืองพัทยาและจังหวัดชลบุรี








