กรมการค้าภายใน ตรึงราคาสินค้าควบคุม จัดทัพเฝ้าระวังต้นทุนรับมือวิกฤตตะวันออกกลาง

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงมาตรการรับมือสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฝ้าระวังและกำกับดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีโครงสร้างต้นทุนเชื่อมโยงกับราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน ปัจจุบันมีสินค้าควบคุมภายใต้ประกาศ กกร. ปี 2568 จำนวน 59 รายการ ซึ่งยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดยื่นขออนุญาตปรับขึ้นราคา และกรมฯ ได้ขอความร่วมมือให้ตรึงราคาจำหน่ายไว้ที่ราคาเดิม ทั้งนี้ ได้ประเมิน 6 กลุ่มสินค้าสำคัญที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ได้แก่ อาหารสด สินค้าเกษตรหลัก สินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็น อาหารกระป๋อง เครื่องดื่มและบรรจุภัณฑ์พลาสติก รวมถึงวัสดุก่อสร้าง

ในส่วนของปัจจัยการผลิตอย่างปุ๋ยเคมี ยืนยันว่ามีสต็อกเพียงพอโดยได้กระจายแหล่งนำเข้าจากประเทศที่ไม่ได้รับผลกระทบ พร้อมเตรียมจัดกิจกรรม “ปุ๋ยธงเขียว” เพื่อเชื่อมโยงปุ๋ยเคมีจากผู้ผลิตสู่เกษตรกรโดยตรง หวังช่วยลดต้นทุนในช่วงฤดูเพาะปลูก สำหรับการกำกับดูแล กรมฯ ได้ใช้กลไกบัญชีติดตามสินค้า 3 ระดับเพื่อความรัดกุม ประกอบด้วย กลุ่ม Sensitive List 18 รายการ อาทิ ปุ๋ยเคมี ไข่ไก่ เนื้อสุกร น้ำมันพืช น้ำมันดีเซล และเม็ดพลาสติกที่ต้องติดตามสถานการณ์ทุกวันพร้อมส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอย่างเข้มงวด กลุ่ม Priority Watch List 4 รายการ ได้แก่ อาหารปรุงสำเร็จ นมผง ยาป้องกันศัตรูพืช และเหล็กแผ่นรีดร้อนที่ติดตามสัปดาห์ละ 2 ครั้ง และกลุ่ม Watch List 197 รายการเช่น สบู่ และน้ำยาซักฟอกตรวจสอบทุก 15 วัน ยืนยันว่าสถานการณ์ปัจจุบันยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนซื้อสินค้าเท่าที่จำเป็นและงดกักตุน

หากตรวจพบผู้ประกอบการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา กักตุน หรือปฏิเสธการจำหน่าย จะถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด โดยมีโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนกรณีไม่ปิดป้ายแสดงราคามีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท หากประชาชนพบเห็นความไม่เป็นธรรมสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน 1569

ข่าวที่เกี่ยวข้อง