นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานครเดินหน้ามาตรการป้องกันปัญหาน้ำท่วม ควบคู่การยกระดับสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัย โดยกองสุขาภิบาลอาหาร สำนักอนามัย ร่วมกับสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบการติดตั้งถังหรือบ่อดักไขมันในสถานประกอบการจำหน่ายอาหาร เพื่อป้องกันไขมันอุดตันในระบบระบายน้ำ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาน้ำระบายไม่ทันและน้ำท่วมขัง
การดำเนินการในปี 2569 กำหนดแผนลงพื้นที่ระหว่างเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม ครอบคลุมสถานประกอบการที่เข้าหลักเกณฑ์จำนวน 16,341 แห่ง โดยแบ่งตรวจสอบเป็นเดือนมีนาคม 4,906 แห่ง เดือนเมษายน 4,906 แห่ง และเดือนพฤษภาคม 6,529 แห่ง
ทั้งนี้ ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง สถานที่จำหน่ายอาหารและสถานที่สะสมอาหาร พ.ศ. 2565 กำหนดให้สถานประกอบการ เช่น ร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม ภัตตาคาร และศูนย์อาหาร ต้องติดตั้งระบบแยกไขมันก่อนปล่อยน้ำทิ้งลงสู่ท่อระบายน้ำ โดยใช้อุปกรณ์ดักไขมันหรือวิธีบำบัดที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่า และต้องควบคุมคุณภาพน้ำทิ้งให้เป็นไปตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม
สำหรับการติดตั้งบ่อดักไขมัน ควรติดตั้งในพื้นที่ที่รองรับน้ำเสียจากอ่างล้างจานได้โดยตรง อยู่บนพื้นเรียบ และสามารถดูแลรักษาได้สะดวก รวมถึงเลือกขนาดให้เหมาะสมกับปริมาณน้ำเสียจากกิจการ
ในส่วนการดูแลรักษา ควรดำเนินการอย่างสม่ำเสมอ ได้แก่ การกำจัดเศษอาหารทุกวัน ตักไขมันทุก 1–2 วัน ระบายไขมันออกจากบ่อเป็นระยะ ทำความสะอาดอย่างต่อเนื่อง และจัดการไขมันที่แยกได้อย่างถูกวิธี โดยใส่ถุงและทิ้งรวมกับขยะมูลฝอยทั่วไป
เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจสอบและให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบการ หากพบการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย จะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่อย่างเคร่งครัด โดยผู้กระทำผิดอาจมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535
กรุงเทพมหานครขอความร่วมมือผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ ลดปัญหาท่ออุดตัน และบรรเทาปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่เมืองอย่างยั่งยืน








