นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ได้แถลงผลการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) โดยระบุถึงความคืบหน้ากรณีเรือบรรทุกสินค้าไทยประสบเหตุในช่องแคบฮอร์มุซ ว่า สถานการณ์ความขัดแย้งทวีความรุนแรงและขยายวงกว้าง มีรายงานการโจมตีในเลบานอนโดยอิสราเอลและการโจมตีในอิหร่าน โดยอิสราเอลและสหรัฐฯ อย่างมีนัยยะสำคัญ ขณะเดียวกันกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับยังคงเผชิญการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนจากอิหร่านอย่างต่อเนื่อง แม้ส่วนใหญ่จะสามารถสกัดกั้นได้ก็ตาม สำหรับสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซที่ยังคงตึงเครียด ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อราคาน้ำมันโลก
นอกจากนี้ สื่อทางการอิหร่าน ยังยืนยันการเสียชีวิตของเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติอิหร่าน และผู้บัญชาการกองกำลังบาซิจ ภายใต้กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งสะท้อนถึงความไม่แน่นอนของสถานการณ์ ด้วยเหตุนี้กระทรวงการต่างประเทศจึงขอให้คนไทยพิจารณาออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งติดตามข่าวสารและคำแนะนำจากช่องทางทางการของสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบ รวมถึงลงทะเบียนแจ้งข้อมูลที่อยู่และช่องทางการติดต่อผู้รับผิดชอบ
ด้านความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ เมื่อวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้หารือทางโทรศัพท์กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคูเวต และรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจอร์แดน โดยรัฐมนตรีของไทยได้แสดงความขอบคุณทั้งสองประเทศที่ให้การดูแลคนไทยในพื้นที่และอำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจอร์แดน ซึ่งเป็นจุดสำคัญในการรับคนไทยจากตะวันออกกลางกลับประเทศไทย นอกจากนี้ นายสีหศักดิ์ยังได้ย้ำถึงการสนับสนุนของไทยต่อมิตรประเทศในภูมิภาค ในการรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและความพยายามทางการทูตเพื่อนำสันติภาพกลับคืนสู่ภูมิภาคโดยเร็ว
สำหรับความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวานนี้ คนไทย 2 คนในอิหร่านได้เดินทางออกจากอิหร่านทางพรมแดนไปยังเมืองวาน ประเทศตุรกีเรียบร้อยแล้ว โดยมีเจ้าหน้าที่ของศูนย์ปฏิบัติการชั่วคราวเมืองวานให้การดูแลและประสานการเดินทาง ซึ่งคณะดังกล่าวจะเดินทางกลับถึงประเทศไทยในวันพรุ่งนี้ นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดอพยพคนไทยออกจากอิหร่านเพิ่มเติมในวันที่ 25 มีนาคม 2569 โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ได้จัดเจ้าหน้าที่ประสานงานในพื้นที่และบริเวณด่านตรวจคนเข้าเมืองชายแดนตุรกี เพื่อให้คนไทยสามารถเดินทางจากอิหร่านทางบกไปขึ้นเครื่องบินจากตุรกีกลับประเทศไทย จึงขอให้ผู้ประสงค์เดินทางกลับแจ้งลงทะเบียนกับสถานทูตโดยเร็วที่สุด
นายปาณิดล กล่าวว่า จากการประเมินสถานการณ์การโจมตีระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่จะทวีความรุนแรงขึ้น สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ จึงได้ออกประกาศเตือนคนไทยในอิสราเอลให้เพิ่มความระมัดระวังและปฏิบัติตามแนวปฏิบัติเมื่อได้ยินเสียงสัญญาณเตือนภัยอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ในตะวันออกกลางทุกแห่งยังคงเดินหน้าอำนวยความสะดวก ดูแล ให้คำแนะนำและมอบสิ่งของจำเป็นในการยังชีพ พร้อมประสานกับสายการบินสำหรับคนไทยที่ประสงค์จะเดินทางกลับไทยในพื้นที่ที่ยังทำการบินได้ รวมถึงช่วยประสานหน่วยงานที่ปิดน่านฟ้า เพื่อขออนุญาตเดินทางผ่านทางบกไปยังประเทศข้างเคียง หรือประเทศที่สาม เพื่อให้คนไทยเดินทางกลับประเทศ ทั้งนี้ ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์มีคนไทยที่ได้รับการช่วยเหลือให้เดินทางออกจากประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางมายังประเทศไทย หรือประเทศที่สาม ทั้งสิ้น 1,149 คน








