นางสาวกนิษฐา กังสวนิช ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ และรองโฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าและบริการเป็นรายวัน เพื่อประเมินสถานการณ์และป้องปรามการฉวยโอกาสขึ้นราคาเกินสมควร รวมถึงการกักตุนสินค้า
สำหรับการกำกับดูแลราคาน้ำมันหน้าสถานีบริการ ดำเนินการร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด และกระทรวงพลังงาน ภายใต้กลไกคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กจร.) หากตรวจพบการปรับขึ้นราคาที่ไม่สอดคล้องกับโครงสร้างต้นทุน การกักตุนสินค้า หรือการปฏิเสธการจำหน่าย จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ในส่วนของภาคการเกษตร ปัจจุบันประเทศไทยมีปริมาณปุ๋ยสำรองเพียงพอใช้ถึงเดือนพฤษภาคม และยังสามารถควบคุมระดับราคาได้ โดยอยู่ระหว่างรอการนำเข้าปุ๋ยจากตะวันออกกลางเพิ่มเติม พร้อมทั้งเร่งหาแหล่งวัตถุดิบทดแทน เพื่อลดผลกระทบจากต้นทุนการนำเข้า
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังส่งเสริมให้เกษตรกรปรับสูตรปุ๋ย ลดการพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้า และเพิ่มการใช้วัตถุดิบอินทรีย์ โดยหากมีการปรับราคาจากต้นทุน จะมีมาตรการช่วยเหลือผ่านโครงการปุ๋ยธงเขียว โดยขยายช่วงเวลาครอบคลุมฤดูกาลเพาะปลูกสำคัญ ได้แก่ ข้าวนาปี ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลัง ในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม
สินค้าอุปโภคบริโภคยังมีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนทั่วประเทศ พร้อมขอความร่วมมือให้บริโภคอย่างพอเหมาะ เพื่อให้เกิดการกระจายสินค้าอย่างทั่วถึง
ทั้งนี้ หากพบผู้ประกอบการจำหน่ายสินค้าไม่ตรงตามป้ายราคา หรือจำหน่ายในราคาสูงเกินสมควร สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป








