ทส. ระดมกำลังยึดคืนป่าพรุควนเนียงกว่า 840 ไร่ หลังพบบุกรุกปลูกปาล์มน้ำมัน เชื่อมีนายทุนและเจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยว

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดยุทธการพิทักษ์ป่าพรุควนเนียง จังหวัดสงขลา หลังตรวจพบการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าทุ่งแพร โดยใช้เครื่องจักรกลหนักแผ้วถางป่าธรรมชาติ เพื่อปลูกปาล์มน้ำมันในหลายจุด

นายทรงศักดิ์ กิตติธากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 13 (สงขลา) เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) กรมป่าไม้ สนธิกำลังร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปูพรมตรวจยึดพื้นที่เป้าหมายรวม 48 จุด ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าทุ่งแพร ตำบลห้วยลึก อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา

การปฏิบัติการดังกล่าวได้ประสานสำนักงานที่ดินจังหวัดสงขลา สาขารัตภูมิ เพื่อตรวจสอบระวางที่ดิน คัดกรองพื้นที่ที่มีสภาพป่าเปลี่ยนแปลงและอยู่นอกเขตเอกสารสิทธิ์ตามกฎหมาย พบพื้นที่เป้าหมายแบ่งเป็น 3 โซน ในหมู่ที่ 6 และ 7 ตำบลห้วยลึก

จากการสืบสวนพบว่า ทุกแปลงมีรูปแบบการบุกรุกในลักษณะเดียวกัน คือ ใช้เครื่องจักรหนักเข้าถางป่าพรุ โค่นต้นเสม็ดจนโล่ง จากนั้นขุดร่องน้ำและถมคันดินเพื่อปลูกปาล์มน้ำมัน โดยมีกลุ่มนายทุนทั้งในและนอกพื้นที่เป็นผู้ดำเนินการ และมีข้อมูลเชื่อมโยงถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐบางราย

การวิเคราะห์ภาพถ่ายทางอากาศยืนยันว่า ในช่วงปี 2567–2568 มีการบุกรุกเปิดพื้นที่ป่าใหม่อย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับข้อมูลจากระบบติดตามการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่าด้วยดาวเทียม ซึ่งพบการแผ้วถางครั้งใหญ่ในเดือนกันยายน 2568 โดยเฉพาะบริเวณใจกลางป่าพรุที่เดิมมีความอุดมสมบูรณ์และเข้าถึงได้ยาก

เจ้าหน้าที่ได้ใช้อากาศยานไร้คนขับสำรวจเพิ่มเติม พบรูปแบบการบุกรุก 3 ลักษณะ ได้แก่ การเปิดพื้นที่ใหม่ทั้งแปลง การขยายจากพื้นที่ทำกินเดิม และการรุกล้ำออกนอกเขตเอกสารสิทธิ์

จากการตรวจวัดพิกัดพื้นที่ทั้ง 48 แปลง รวมเนื้อที่ประมาณ 840 ไร่ พบว่าอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติและอยู่นอกพื้นที่โครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน (คทช.) เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.ควนเนียง เพื่อดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ทั้งนี้ จะเสนอกรมป่าไม้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม ถึงสาเหตุการบุกรุกพื้นที่ป่าที่เพิ่มขึ้นในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา รวมถึงตรวจสอบความเกี่ยวข้องของเจ้าหน้าที่รัฐ หากพบกระทำผิดจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง