นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลให้เกษตรกรเกิดความกังวลต่อปริมาณและราคาปุ๋ยที่มีความผันผวน ซึ่งอาจกระทบต่อฤดูกาลผลิตที่กำลังจะมาถึง จึงได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมให้คำแนะนำเพื่อลดผลกระทบต่อเกษตรกร
โดยได้มอบหมายให้กรมวิชาการเกษตรรวบรวมข้อมูล ประเมินสถานการณ์ และกำกับควบคุมคุณภาพปุ๋ยในประเทศ เพื่อให้ปุ๋ยที่จำหน่ายมีมาตรฐาน ป้องกันการจำหน่ายปุ๋ยด้อยคุณภาพที่อาจเพิ่มภาระต้นทุนแก่เกษตรกร
นอกจากนี้ กรมวิชาการเกษตรยังได้พัฒนาเทคโนโลยีและปัจจัยการผลิตทางเลือก อาทิ ปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์ และชีวภัณฑ์ควบคุมโรคพืช เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมธาตุอาหารของพืช ลดการใช้ปุ๋ยเคมี และเพิ่มผลผลิตในระยะยาว
ขณะเดียวกัน ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตร ส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพตามหลัก “4 ถูก” ได้แก่ ถูกชนิดหรือสูตร ถูกอัตรา ถูกเวลา และถูกวิธี โดยเน้นการใช้ปุ๋ยให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และความต้องการของพืช พร้อมส่งเสริมการใช้ปุ๋ยแบบผสมผสาน ทั้งปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรีย์ และปุ๋ยชีวภาพ ตามค่าวิเคราะห์ดิน เพื่อลดการใช้ปุ๋ยเกินความจำเป็นและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
ทั้งนี้ ได้ดำเนินการผ่านศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชนทั่วประเทศ ส่งผลให้เกษตรกรสามารถใช้ปุ๋ยได้ตรงตามค่าวิเคราะห์ดิน เพิ่มผลผลิต และลดต้นทุนได้อย่างเป็นรูปธรรม
พร้อมกันนี้ ได้กำชับให้กรมพัฒนาที่ดินเร่งส่งเสริมการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน เพื่อให้เกษตรกรทราบศักยภาพของดินในพื้นที่ของตนเอง และสามารถเลือกสูตรและอัตราการใช้ปุ๋ยได้อย่างเหมาะสม โดยมีบริการตรวจวิเคราะห์ดินผ่านหลายช่องทาง ทั้งชุดตรวจสอบดินอย่างง่าย หมอดินอาสา สำนักงานพัฒนาที่ดินในพื้นที่ และห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ดิน 13 แห่ง รวมถึงระบบ e-Service ของกรมพัฒนาที่ดิน








