นายกฯ ลงนามตั้ง “พิพัฒน์” คุมเข้มผู้ค้าป้องกันภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ผ่อนผันขนส่งน้ำมัน 24 ชม. ถึง 30 เม.ย. 69

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 3/2569 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง อันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง พ.ศ. 2569 เนื้อหาระบุว่า โดยที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน ได้ทวีความรุนแรงมากขึ้นและไม่มีทีท่าว่าจะยุติลงได้โดยง่าย ส่งผลกระทบต่อทั้งการผลิตและส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิง ก๊าซธรรมชาติ และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องจากตะวันออกกลางอันเป็นแหล่งผลิตน้ำมันเชื้อเพลิง ก๊าซธรรมชาติ และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องที่สำคัญของโลก ปริมาณสินค้าดังกล่าวที่ลดน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญทำให้ราคาเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยซึ่งนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง ก๊าซธรรมชาติ และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องเป็นหลักจึงได้รับผลกระทบนี้โดยตรง อีกทั้งปรากฏว่าในห้วงเวลาที่ผ่านมา สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงและคลังน้ำมันจำนวนมากไม่มีน้ำมันเชื้อเพลิงจำหน่าย เกิดความเดือดร้อนแก่การดำรงชีวิตของประชาชนและการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการจำนวนมาก จึงเป็นกรณีที่มีความฉุกเฉินและจำเป็นโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้ที่จะต้องกำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง อันเกิดขึ้นจากสถานการณ์ดังกล่าว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 3 แห่งพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 ดังนี้

1. คำสั่งนี้ให้มีผลตั้งแต่ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป (20 มีนาคม 2569)

2. ให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 (ผู้ค้ารายใหญ่) แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 ปฏิบัติตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 2/2569 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ลงวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569 ให้ติดประกาศราคาจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ ณ สถานประกอบการของผู้ค้าน้ำมันแต่ละรายในลักษณะที่สามารถมองเห็นได้ทั่วไป และรายงานให้อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานทราบทุกครั้งที่มีการปรับราคาจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ซึ่งเป็นโรงกลั่นน้ำมัน รายงานปริมาณการผลิต ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีอยู่ในครอบครอง และปริมาณการจำหน่าย และรายชื่อลูกค้าและปริมาณที่ขายให้แก่ลูกค้าแต่ละราย ต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ภายในเวลา 18.00 น. ของทุกวัน และให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ซึ่งมิได้เป็นโรงกลั่นน้ำมัน รายงานการจำหน่ายเป็นรายลูกค้าและรายชื่อลูกค้าซึ่งซื้อเกินรายละ 3,000 ลิตรต่อครั้ง ต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ภายในเวลา 18.00 น. ของทุกวัน โดยการรายงานให้เป็นไปตามรูปแบบที่อธิบดี
กรมธุรกิจพลังงานกำหนด และส่งไปที่ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ datapmo@doebonline.doeb.go.th

3. ให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 (ผู้ค้ารายย่อย) แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543
ติดประกาศราคาจำหน่าย และดำเนินการตามผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 ด้วย

4. มอบหมายให้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ติดตามตรวจสอบการดำเนินงานของผู้ค้าน้ำมัน ให้เป็นไปตามคำสั่งนี้โดยเคร่งครัดเพื่อประโยชน์ในการบังคับให้เป็นไปตามกฎหมาย และให้อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานแจ้งข้อมูลตามที่ได้รับรายงานทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์

5. ให้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2516 และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามคำสั่งนี้

ด้านนายวุฒิทัต ตันติเวสส รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน แถลงข่าวศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ว่า สถานการณ์น้ำมันสำรองในประเทศ ณ วันที่ 20 มีนาคม 2569 อยู่ที่ 5,060 ล้านลิตร หรือ ประมาณ 41 วัน และมีน้ำมันที่อยู่ระหว่างขนส่ง รวมกับน้ำมันที่จะนำเข้าซึ่งได้รับการยืนยันแล้วอยู่ที่ 7,396 ล้านลิตร หรือประมาณ 63 วัน ทำให้ประเทศไทยมีน้ำมันสำรองใช้ประมาณ 104 วัน ซึ่งในช่วง 1 – 2 สัปดาห์ ที่ผ่านมาการจำหน่ายน้ำมันทั้งกลุ่มเบนซิน และดีเซล อยู่ในระดับสูงกว่าปกติมาก แต่จากวันที่ 18 มีนาคม 2569 พบว่า ยอดการจำหน่ายน้ำมันดีเซล ลดลงมาอยู่ที่ 54.79 ล้านลิตรต่อวัน และน้ำมันกลุ่มเบนซิน ลดลงมาอยู่ที่ 29.98 ล้านลิตรต่อวัน ใกล้เคียงช่วงก่อนเกิดสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้อนุญาตผ่อนผันให้รถบรรทุกขนส่งน้ำมันเดินรถในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล รวมถึงจังหวัดอื่น ๆ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม – 30 เมษายน 2569 เพื่อบริหารจัดการด้านการจราจรในการขนส่งน้ำมันให้รวดเร็ว ทั่วถึงและครอบคลุมพื้นที่ เพียงพอต่อความต้องการน้ำมัน

นอกจากนี้ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ยังได้สั่งการด่วนให้พลังงานจังหวัด (พนจ.) ทั่วประเทศลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานของสถานีบริการน้ำมันและสถานที่เก็บน้ำมันที่อยู่ในความดูแลของกระทรวงพลังงานทุกแห่งอย่างใกล้ชิด พร้อมกำชับให้รายงานผลการตรวจสอบการกักตุนน้ำมันอย่างต่อเนื่อง สำหรับที่มีการพบการกักตุนน้ำมันในจังหวัดอ่างทอง ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเข้าข่ายการกักตุนหรือไม่นั้น เบื้องต้นพบความผิดฐานไม่รายงานใบกำกับการขนส่ง รวมถึงการจำหน่ายน้ำมันในราคาสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้หากผลการตรวจสอบพบว่าสามารถดำเนินคดีทางกฎหมายได้ กระทรวงพลังงานและกระทรวงพาณิชย์จะดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อลงโทษผู้กระทำผิดไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง

อีกทั้งราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดชนิดและอัตรา หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการคำนวณปริมาณสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2569 เพื่อให้สอดรับกับการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานน้ำมันภายในประเทศ โดยให้ยกเลิกบทนิยามคำว่า “ปริมาณน้ำมันสำเร็จรูปที่ไม่สามารถสูบถ่ายได้ (Dead Stod)” ให้เพิ่มนิยาม “น้ำมันองค์ประกอบ” ซึ่ง น้ำมันองค์ประกอบ หมายถึง น้ำมันที่พร้อมผสมหรือพร้อมปรับปรุงคุณภาพ เพื่อให้ได้น้ำมันเบนซิน น้ำมันแก๊สโซฮอล์ น้ำมันเบนซินพื้นฐาน น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว และน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินชนิด เจท เอ 1 ที่มีลักษณะและคุณภาพตามที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบ

ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 อาจเลือกเก็บสำรองน้ำมันองค์ประกอบหรือน้ำมันดิบแทนน้ำมันสำเร็จรูป หรือเลือกเก็บน้ำมันสำเร็จรูปแทนน้ำมันดิบที่มีหน้าที่ต้องสำรองได้ในอัตราส่วนแทนกัน 1 ต่อ 1 โดยไม่เกิน ร้อยละ 20 ของปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละชนิดที่มีหน้าที่ต้องสำรองตามกฎหมาย

กรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน ยืนยันว่าการจัดหาน้ำมันดิบจากต่างประเทศยังเป็นไปตามปกติ โดยกรมธุรกิจพลังงาน สำนักงานพลังงานจังหวัดทั่วประเทศ จะร่วมกับกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงมหาดไทย ตรวจสอบสถานประกอบการอย่างต่อเนื่องเพื่อให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด และขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันประหยัดพลังงานและใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง