นายกฯ ออกคำสั่งนำน้ำมันสำรองออกมาให้บริการประชาชน ผู้ประกอบการ ให้ทั่วถึงและรวดเร็ว “พลังงาน” เปิดแอปฯ “Fuel Now” ให้ประชาชนเช็คพิกัดน้ำมันทั่วประเทศ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงนามในคำสั่งนายกรัฐมนตรี
ที่ 4/2569 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง อันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 โดยแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 2/2569 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ลงวันที่ 6 มีนาคม 2569 เพื่อให้ผู้ค้าน้ำมันสามารถนำน้ำมันสำรองออกมาให้บริการประชาชนและผู้ประกอบการได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็ว โดยให้มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป (21 มีนาคม 2569)

จากข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีในการแก้ไขปัญหาน้ำมันขาดแคลน พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบทั้งในส่วนของโรงกลั่นน้ำมัน คลังน้ำมัน สถานีบริการน้ำมัน และประชุมติดตามร่วมกับ พลตำรวจเอก ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง โดยกำชับให้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติเพิ่มความถี่ในการตรวจสอบทั้งทางบกและทางทะเลอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบันที่ราคาน้ำมันเขียวสูงกว่าราคาน้ำมันหน้าสถานีบริการ ซึ่งอาจเป็นแรงจูงใจให้เกิดการลักลอบจำหน่ายข้ามชาติ หรือนำน้ำมันเถื่อนมาจำหน่ายให้เรือประมง ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ เนื่องจากเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ปล่อยเรือ “ชัยจินดา” พร้อมเรือตรวจการณ์น่านน้ำไทย จำนวน 30 ลำ ปฏิบัติการตรวจสอบน่านน้ำไทย ลาดตระเวนอย่างเข้มข้นป้องกันการกระทำความผิดเกี่ยวกับการลักลอบขนน้ำมัน ผลการปฏิบัติไม่พบการลักลอบขนน้ำมันออกนอกราชอาณาจักรผ่านเรือแท็งเกอร์ แต่เจ้าหน้าที่สามารถบุกจับกุมการลักลอบจำหน่ายน้ำมันเถื่อนให้แก่เรือประมงกลางทะเลได้อย่างทันท่วงที โดยได้บูรณาการการตรวจสอบร่วมกับกรมสรรพสามิตดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด และปล่อยเรือตรวจการณ์ “ปทุมวัน 3” พร้อมกำลังพลชุดปฏิบัติการพิเศษ เพื่อออกลาดตระเวนน่านน้ำไทย มุ่งเน้นการป้องปรามการลักลอบขนน้ำมัน และสกัดกั้นการกระทำความผิดในทุกมิติ

ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอความร่วมมือประชาชน หากพบเบาะแสการลักลอบขนน้ำมันส่งออก ปลอมปน กักตุน หรือโก่งราคาน้ำมัน สามารถแจ้งข้อมูลได้ทันทีที่สายด่วน 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ส่วนสถานการณ์น้ำมัน ดร.สราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน แถลงข่าวศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ชี้แจงว่า ภาพรวมประเทศไทยยังมีน้ำมันเพียงพอ ซึ่งมีปริมาณสำรองรวมประมาณ 103 วัน ประกอบด้วย น้ำมันสำรองเพื่อการค้า 1,504 ล้านลิตร น้ำมันสำรอง ตามกฎหมาย 3,389 ล้านลิตร น้ำมันที่อยู่ระหว่างขนส่งอีกประมาณ 4,200 ล้านลิตร และมีการทำสัญญาจัดหาน้ำมันเพิ่มเติมแล้วอีกประมาณ 3,700 ล้านลิตร ขณะที่กำลังการผลิตยังอยู่ในระดับสูง โดยน้ำมันเบนซินผลิตได้ 35.28 ล้านลิตรต่อวัน และมีปริมาณจำหน่ายประมาณ 34.40 ล้านลิตรต่อวัน ส่วนดีเซลผลิตได้ 79.9 ล้านลิตรต่อวัน สูงกว่าความต้องการใช้ในภาวะปกติที่อยู่ที่ประมาณ 67–70 ล้านลิตรต่อวัน อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมา ความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มสูงขึ้นผิดปกติโดยบางช่วงพุ่งเกิน 100 ล้านลิตรต่อวัน ส่งผลให้ระบบขนส่งปรับตัวไม่ทัน และเกิดปัญหาคอขวดในบางพื้นที่ แม้ปริมาณน้ำมันโดยรวมจะเพียงพอ ทั้งนี้ ในวันที่ 20 มีนาคม ที่ผ่านมาปริมาณการจำหน่ายดีเซลอยู่ที่ประมาณ 71 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งต้องมีการดึงน้ำมันจากสต๊อกสำรองมาใช้เพิ่มเติม รัฐบาลจึงเร่งแก้ไขสถานการณ์โดยผ่อนผันให้รถบรรทุกน้ำมันสามารถวิ่งได้ตลอด 24 ชั่วโมงทั่วประเทศ พร้อมทั้งบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งกระจายน้ำมันเข้าสู่สถานีบริการ รวมถึงดำเนินมาตรการอัดฉีดน้ำมันเข้าระบบเพื่อลดปัญหาคอขวด คาดว่าสถานการณ์จะทยอยคลี่คลายภายใน 1–2 สัปดาห์ ส่วนการกำกับดูแล ได้มีการลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีร้องเรียน เช่น การตรวจคลังน้ำมันในจังหวัดอ่างทอง ซึ่งพบประเด็นเกี่ยวกับเอกสารกำกับการขนส่งที่ไม่ถูกต้อง และอยู่ระหว่างดำเนินการตามกฎหมาย อีกทั้งกรมธุรกิจพลังงานยังได้ประสานความร่วมมือกับภาคประชาชนผู้พัฒนาแอปพลิเคชัน “ปั๊มเรดาร์” ในการพัฒนาระบบ Fuel-Status สำหรับสำนักงานพลังงานจังหวัดและสถานีบริการกรอกข้อมูลสถานะเปิด – ปิด และสถานะน้ำมันคงเหลือ โดยแสดงผลข้อมูลผ่านแอปพลิเคชัน “Fuel Now” สำหรับให้ประชาชนตรวจสอบสถานะของสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ คาดว่าจะเริ่มเปิดใช้บริการในวันที่ 23 มีนาคม 2569 โดยประชาชนสามารถตรวจสอบสถานการณ์น้ำมันได้แบบเรียลไทม์ ควบคู่กับการพัฒนาระบบของภาครัฐ เพื่อให้สถานีบริการรายงานข้อมูลผ่านสำนักงานพลังงานจังหวัดทั่วประเทศ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการข้อมูล

นอกจากนี้ นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวง ในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานพลังงานจังหวัด ได้จัดทำสรุปตารางสถานะสถานีบริการเป็นรายวัน เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบสถานะสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่ ช่วยในการวางแผนการเดินทางออกมาเติมน้ำมันหรือเตรียมความพร้อมการเดินทางในชีวิตประจำวันได้ โดยได้เร่งดำเนินการให้ครอบคลุมพื้นที่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สำนักงานพลังงานจังหวัดทุกจังหวัด จัดทำตารางอัปเดตสถานีบริการน้ำมัน และบางจังหวัดได้จัดทำแอปพลิเคชันเสร็จแล้ว โดยสำนักงานพลังงานจังหวัดจะตรวจสอบสถานะและรวบรวมข้อมูลจัดทำเป็นตาราง นำเสนอข้อมูล สถานีบริการ ที่ตั้ง ชนิดน้ำมันที่มี และจะอัปเดตข้อมูลทุกวัน โดยอาจมีความคลาดเคลื่อนในบางช่วงเวลา แต่จะสามารถใช้ตรวจสอบและทราบระยะเวลาการจัดส่งน้ำมันไปยังสถานีบริการ ประชาชนสามารถตรวจสอบตาราง  สถานะสถานีบริการได้ที่เพจสำนักงานพลังงานจังหวัด โดยเข้าไปที่ Facebook พิมพ์ในช่องค้นหา “สำนักงานพลังงานจังหวัด” และตามด้วย ชื่อจังหวัด

ส่วนการป้องกันการกักตุนสินค้าและการจำหน่ายสินค้าในราคาที่ไม่เป็นธรรม นางสาวญานี ศรีมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน ชี้แจงว่า ในช่วงวันที่ 1–20 มีนาคม 2569 มีการดำเนินการตรวจสอบรวม 2,321 กรณี และลงพื้นที่ตรวจสถานประกอบการ 2,021 แห่งทั่วประเทศ แบ่งเป็นสถานีบริการน้ำมัน 1,262 แห่ง ร้านจำหน่ายปุ๋ย 433 แห่ง และตลาด/ค้าปลีกค้าส่ง 326 แห่ง เพื่อกำกับดูแลให้การจำหน่ายสินค้าเป็นไปตามราคาที่แสดงและสอดคล้องกับต้นทุนจริง ในส่วนของการรับเรื่องร้องเรียนผ่านสายด่วน 1569 มีจำนวนรวม 300 เรื่อง แบ่งเป็นในกรุงเทพมหานคร 53 เรื่อง และต่างจังหวัด 247 เรื่อง โดยตรวจสอบแล้วเสร็จ 99 เรื่อง พบการกระทำผิด เช่น ไม่ติดป้ายแสดงราคา 12 ราย และจำหน่ายไม่ตรงราคาที่แสดง 3 ราย ซึ่งได้ดำเนินการตามกฎหมายแล้ว ขณะที่อีก 201 เรื่องยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ นอกจากนี้ ยังมีกรณีร้องเรียนเกี่ยวกับการจำหน่ายสินค้าในราคาสูงเกินสมควรอีก 25 เรื่อง ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาต้นทุน

กระทรวงพาณิชย์ยังได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน โดยขยายจุดจำหน่ายสินค้าธงฟ้า สร้างเครือข่ายแจ้งพิกัดสินค้าราคาประหยัดทั่วประเทศ และเตรียมมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง เช่น เกษตรกรและผู้มีรายได้น้อย รวมถึงโครงการธงเขียวลดราคาปุ๋ยและปัจจัยการผลิตในช่วงฤดูกาลเพาะปลูก พร้อมยืนยันว่าจะกำกับดูแลไม่ให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าอย่างเข้มงวด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง