“สีหศักดิ์” ขออิหร่านช่วยเหลือลูกเรือไทย ขนส่งสินค้าอย่างปลอดภัย NT พร้อมรับมือความเสี่ยงเคเบิลใต้น้ำ ยืนยันอินเทอร์เน็ตไทยยังเสถียร

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยถึงความคืบหน้าสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ว่า ขณะนี้สถานการณ์ยังไม่มีความแน่นอน ที่ผ่านมา ได้พบปะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต บาห์เรน จอร์แดน อิหร่าน และยังจะโทรศัพท์ไปคุยกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของซาอุดีอาระเบีย และกาตาร์ด้วย เพื่อแสดงความห่วงใยกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและบานปลายออกไปหลายประเทศ โดยย้ำท่าทีของไทยที่มีความห่วงใยต่อสถานการณ์และไม่เห็นด้วยกับสงคราม โดยเห็นว่าสงครามไม่ควรจะต้องเกิดขึ้น

ทั้งนี้ได้ขอบคุณทั้งอิหร่าน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน จอร์แดน ที่ให้ความช่วยเหลือในการอพยพ นำคนไทยกลับมาอย่างปลอดภัย ซึ่งจำนวนผู้ที่เดินทางกลับมาจากอิหร่าน 125 คน อิสราเอล 11 คน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แบ่งเป็น อาบูดาบี 62 คน และดูไบ 180 คน บาห์เรน 311 คน กาตาร์ 414 คน คูเวต 6 คน โอมาน 57 คน จอร์แดน 16 คน อิรัก 18 คน เลบานอน 2 คน และมีอีก 7 คนในจำนวนนี้ ขอไปประเทศอื่น

สำหรับการหารือกับนายเซย์เยด อับบาส อะรอกชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน เพื่อขอให้อำนวยความสะดวกให้กับโอมานเข้าไปให้ความช่วยเหลือลูกเรืออีก 3 คนของไทยที่ยังติดค้างอยู่บนเรือ “มยุรีนารี” เนื่องจากโอมานแจ้งว่ายังมีการโจมตีกันอย่างต่อเนื่อง ขอให้อิหร่านคุ้มกันความปลอดภัย หากทางโอมานจะเข้าไปปฏิบัติการช่วยเหลือลูกเรือไทย หรือหากเรือลำดังกล่าวเข้าไปอยู่ในน่านน้ำของอิหร่านแล้ว จะขอให้ทางอิหร่านเข้าไปให้ความช่วยเหลือลูกเรือไทย ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน รับปากว่าจะติดตามการช่วยเหลือให้ แต่ยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะยังมีการโจมตีกันอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งขอให้เรือขนส่งสินค้าของไทย ผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ด้วยความปลอดภัย เนื่องจากประเทศไทยไม่ใช่คู่ขัดแย้ง สินค้าที่บรรทุกผ่านไม่ได้เป็นปัจจัยในสงคราม ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ได้ขอทราบรายละเอียดและชื่อของเรือไทยที่จะผ่านช่องแคบฮอร์มุซล่วงหน้าและจะประสานให้ จึงได้รวบรวมส่งไปแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างรอคำตอบกลับ

นอกจากนี้ยังได้เชิญเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทยเข้ามาหารือ พร้อมฝากให้ช่วยติดตามเรื่องการช่วยเหลือลูกเรือไทยอีกทางหนึ่งด้วย รวมถึงทางกองทัพเรือไทยก็ได้ติดต่อกับกองทัพเรือของโอมานและกองทัพเรือของอิหร่านเพื่อเร่งประสานให้ความช่วยเหลือลูกเรือไทย จนถึงขณะนี้ยังไม่ทราบชะตากรรมว่าทั้ง 3 คนเป็นอย่างไรบ้าง จึงต้องเร่งประสานทุกวิถีทาง

ขณะที่การเตรียมความพร้อมด้านโครงข่ายอินเทอร์เน็ต พันเอก สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) (NT) เปิดเผยว่า NT ยืนยันความพร้อมในการรองรับสถานการณ์ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับระบบเคเบิลใต้น้ำในบริเวณภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยมั่นใจว่าโครงข่ายอินเทอร์เน็ตของประเทศไทยยังคงสามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง ได้เตรียมความพร้อมของโครงข่ายอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศอย่างรอบด้าน โดยมีระบบสำรองที่สามารถรองรับการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะมีสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อเคเบิลใต้น้ำในบางพื้นที่ ประชาชนสามารถมั่นใจได้ว่าการใช้งานอินเทอร์เน็ตของประเทศไทยยังคงมีเสถียรภาพ และพร้อมดูแลให้บริการอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง โดยได้เตรียมมาตรการรองรับไว้อย่างครอบคลุม เพื่อให้การให้บริการเป็นไปอย่างราบรื่นและมีเสถียรภาพสูงสุด ดังนี้

– โครงข่ายสำรองที่แข็งแกร่ง (High Reliability)

NT มีการบริหารจัดการทราฟฟิกผ่านระบบเคเบิลใต้น้ำรวมทั้งสิ้น 6 ระบบ ครอบคลุมทั้งเส้นทางภาคพื้นดินและทางทะเล หากเกิดเหตุขัดข้องในเส้นทางใด ระบบสามารถถ่ายโอนการใช้งานไปยังเส้นทางสำรองได้ทันที พร้อมศักยภาพในการปรับเปลี่ยนไปยังเส้นทางสำรอง ผ่านโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำอื่น ๆ ทั้งของ NT และผู้ให้บริการระดับสากล เนื่องจากมีการจัดหาความจุโครงข่าย (Capacity) บนเส้นทางระหว่างประเทศที่หลากหลายไว้ล่วงหน้า ช่วยกระจายทราฟฟิก ลดความเสี่ยงจากจุดขัดข้องเดียว และรักษาความต่อเนื่องของการให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

– กระทบในวงจำกัด (Minimal Impact)

ปัจจุบันมีระบบเคเบิลเพียง 2 ระบบที่เชื่อมโยงผ่านพื้นที่เสี่ยงดังกล่าว คิดเป็นสัดส่วนทราฟฟิกอินเทอร์เน็ต
ที่ออกไปยังยุโรปน้อยกว่า 10% ของปริมาณการใช้งานทั้งหมดของประเทศไทย จึงคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งานในวงจำกัด ที่สามารถควบคุมตามแผนสำรองได้

– แผนรับมือเชิงรุก (Proactive Measures)

NT ได้เตรียมแผนรองรับผลกระทบทางอ้อม เช่น ความล่าช้าในการรับส่งข้อมูล (Latency) ในบางปลายทาง โดยการปรับเส้นทางการเชื่อมต่อและบริหารจัดการโครงข่ายอย่างเหมาะสม เพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์
ที่ต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ศูนย์ปฏิบัติการเครือข่ายของ NT ยังคงเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรักษามาตรฐานการให้บริการและสร้างความมั่นใจสูงสุดแก่ผู้ใช้งานทั่วประเทศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง