กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยสถานการณ์ราคามะพร้าวน้ำหอมของไทยที่ปรับตัวลดลงในรอบหลายปี โดยระบุว่า สาเหตุสำคัญเกิดจากปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนล้นตลาด การแข่งขันจากประเทศคู่แข่ง โดยเฉพาะเวียดนาม รวมถึงปัญหากลไกตลาดจากการที่มีผู้ประกอบการต่างชาติรายใหญ่เข้ามามีบทบาทในการรับซื้อและส่งออก
ทั้งนี้ พื้นที่เพาะปลูกมะพร้าวน้ำหอมของไทยกระจุกตัวอยู่ในหลายจังหวัด ได้แก่ ราชบุรี สมุทรสาคร นครปฐม สมุทรสงคราม และประจวบคีรีขันธ์ โดยในช่วงปี 2564 – 2568 พบว่าพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มขึ้นกว่า 70,000 ไร่ ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตเพิ่มขึ้นกว่า 350,000 ตัน
สำหรับโครงสร้างตลาด พบว่ามะพร้าวน้ำหอมถูกบริโภคภายในประเทศประมาณร้อยละ 30 ขณะที่ส่งออกสูงถึงร้อยละ 70 โดยตลาดส่งออกหลักคือประเทศจีน คิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 80
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้กำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาเพื่อลดผลกระทบต่อเกษตรกร ได้แก่ การควบคุมพื้นที่เพาะปลูกไม่ให้เพิ่มขึ้น เพื่อลดภาวะผลผลิตล้นตลาด การรักษาตลาดส่งออกเดิมของไทยควบคู่กับการขยายตลาดใหม่ การปราบปรามการปลอมแปลงสินค้า และการตรวจสอบธุรกิจที่เข้าข่ายการใช้นอมินี
นอกจากนี้ จะมีการออกมาตรการเพิ่มเติมในวันที่ 1 เมษายน 2569 โดยคาดว่าสถานการณ์ราคาจะเริ่มปรับตัวดีขึ้นในช่วงเดือนเมษายน เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นทำให้ผลผลิตลดลง ขณะเดียวกันความต้องการบริโภคมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมจำเป็นต้องดำเนินการอย่างบูรณาการในทุกมิติ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ พร้อมทั้งอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างเสถียรภาพและความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมมะพร้าวน้ำหอมของไทยในระยะยาว








