นายวุฒิทัต ตันติเวสส รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ตอบคำถามสื่อมวลชน ถึงประเด็นการอุดหนุนราคาน้ำมันในประเทศไทย ว่า ขณะนี้สถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบอยู่ประมาณ 20,000 ล้านบาท ใช้เงินอุดหนุนต่อวันประมาณวันละ 2,000 ล้านบาท ซึ่งตามนโยบายของรัฐบาลปัจจุบันจะอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 33 บาทต่อลิตร เนื่องจากน้ำมันชนิดนี้เป็นปัจจัยสำคัญและเป็นปัจจัยต่อสินค้าอุปโภคบริโภค ดังนั้นนายกรัฐมนตรีจึงกำหนดเพดานไว้อยู่ที่ ราคาลิตรละ 33 บาท ซึ่งหลังจากนี้จะทยอยชดเชยในอัตราที่ไม่เท่ากัน
ส่วนการปรับขึ้นราคาหน้าปั๊มน้ำมันนั้น จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ นายวุฒิทัต ชี้แจงว่า ขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาล
ส่วนการยกเลิกน้ำมันสำรองร้อยละ 3 นั้น แนวทางนี้จะช่วยผ่อนคลายราคาน้ำมันอย่างไร นายวุฒิทัต ระบุว่า จะทำให้ผู้ค้าไม่ต้องกังวล ที่จะนำน้ำมันที่ผลิตได้มาเก็บสำรองมากขึ้น เนื่องจากสถานการณ์ตอนที่จะเพิ่มปริมาณน้ำมันสำรอง มีคำสั่งนายกรัฐมนตรี ให้มีการสำรองน้ำมันเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.5 ถึงสิ้นเดือนมีนาคม และร้อยละ 3 ถึงสิ้นเดือนเมษายน เมื่อสถานการณ์คาดการณ์ไม่ได้ แต่หากสถานการณ์สู้รบต่อเนื่องยาวนาน เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับระบบการจัดส่ง การผลิต และการจัดส่งน้ำมันเชื้อเพลิงไปยังปลายทางมีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น จึงจะคงอัตราน้ำมันสำรองไว้อยู่ที่ร้อยละ 1 เช่นเดิม ซึ่งจะทำให้ภาพรวมการบริหารจัดการน้ำมัน ตั้งแต่ ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ส่วนความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาประชาชนยังขาดแคลนน้ำมัน ณ สถานีบริการน้ำมัน นายวุฒิทัต กล่าวว่า มี 3 แนวทางในการแก้ไขคือ ปรับมาตรการสำรองน้ำมัน เพื่อผ่อนผันข้อจำกัด เร่งนำน้ำมันเข้าสู่ระบบ หลังจากการจัดหาน้ำมันคลี่คลายลง และออกคำสั่งให้สถานีบริการน้ำมันต้องจำหน่ายน้ำมันให้กับกลุ่มรถพยาบาล รถดับเพลิง หน่วยงานราชการ รวมถึงเกษตรกร และกลุ่มที่ประกอบอาชีพที่จำเป็น เพื่อให้กลุ่มพื้นฐานของประเทศเดินหน้าต่อไปได้ พร้อมกำกับผู้ค้าตามมาตรา 7 ให้บริหารสต็อกน้ำมันอย่างทั่วถึงและรายงานข้อมูลการค้าราคาน้ำมันทุกวันเพื่อความโปร่งใส ป้องกันการกักตุน
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้ออกคำสั่งที่ 4/ 2569 เพื่อผ่อนปรนเกณฑ์การสำรองน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูป โดยอนุญาตให้นำน้ำมันสำรองมาหมุนเวียนในตลาดได้ทันที เพื่อเพิ่มอุปทานให้เพียงพอกับความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างผิดปกติ จนทำให้เกิดภาวะขาดช่วงในบางพื้นที่ แม้ว่าปัจจุบันนี้การจัดหาน้ำมันดิบตามแหล่งต่างๆ ยังคงดำเนินการได้ตามปกติ แต่มาตรการนี้จะช่วยสร้างความยืดหยุ่น ให้กับระบบขนส่งและการกระจายน้ำมัน ไปยังสถานีบริการน้ำมันได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และนอกจากนี้ กระทรวงพลังงานได้มีการประสานความร่วมมือกับกลุ่มโรงกลั่นและผู้ค้าน้ำมัน อย่างใกล้ชิด เพื่อปรับสถานการณ์การสำรองน้ำมันให้เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยมุ่งเน้นการปล่อยน้ำมันเข้าสู่ระบบให้มากและเร็วที่สุด และขอความร่วมมือผู้ค้าน้ำมันให้สื่อสารข้อเท็จจริงกับประชาชน เพื่อลดความตื่นตระหนก
นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานยังจัดทำแอพพลิเคชั่น Fuel Now เพื่อแสดงสถานะสถานีบริการน้ำมัน ว่าสถานีนั้นเปิดหรือปิดและมีน้ำมันให้บริการหรือไม่ เป็นชนิดใดบ้าง ซึ่งข้อมูลจะเป็นแบบเรียลไทม์








