ร้อยตรีจักรา ยอดมณี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ ได้ลงพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยผู้ช่วยปลัดกระทรวงพาณิชย์ พาณิชย์จังหวัด ศูนย์ดำรงค์ธรรมจังหวัด พลังงานจังหวัด กอ.รมน. จังหวัด และ ประชาสัมพันธ์จังหวัด เพื่อตรวจติดตามสถานการณ์ราคาและปริมาณสินค้าอุปโภคบริโภค ปุ๋ยเคมี และน้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
จากการลงพื้นที่ตลาดสดศรีอยุธยาเมืองใหม่ (ตลาดแกรนด์) พบว่าสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น มีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนและราคาสินค้าส่วนใหญ่ยังคงทรงตัว เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง ข้าวสารบรรจุถุง และซอสปรุงรส เป็นต้น ส่วนอาหารสด เช่น ผักสด ไข่ไก่ เนื้อไก่ เนื้อสุกร ราคาปรับเปลี่ยนตามปริมาณผลผลิต ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในแต่ละช่วงเวลา ทั้งนี้ พ่อค้าแม่ค้ามีการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายอย่างชัดเจน
สำหรับปุ๋ยเคมี ขณะนี้ยังไม่ถึงช่วงเวลาที่เกษตรกรชาวนา ใช้ปุ๋ยกันมาก แต่ร้านค้าก็มีการสั่งปุ๋ยมาสำรองไว้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ กรมการค้าภายในและสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกษตรกรมีปุ๋ยใช้อย่างเพียงพอ ในราคาที่เหมาะสมเป็นธรรม ที่สำคัญห้ามไม่ให้มีการกักตุนหรือฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุอันสมควร นอกจากนี้กรมการค้าภายในเตรียมจะดำเนินโครงการปุ๋ยธงเขียว จำหน่ายปุ๋ยราคาประหยัดเพื่อช่วยลดภาระให้กับพี่น้องเกษตรกร โดยจะเริ่มดำเนินการในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคมเป็นต้นไป
ในส่วนของสถานีบริการน้ำมันกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ บูรณาการร่วมกับกระทรวงมหาดไทย นำโดยผู้ว่าราชการจังหวัดและกระทรวงพลังงาน โดยพลังงานจังหวัด ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งในส่วนของการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายและการประชาสัมพันธ์ให้สถานีบริการน้ำมันปฏิบัติให้ถูกต้อง ไม่กักตุนหรือปฏิเสธการจำหน่ายโดยไม่มีเหตุอันสมควร รวมทั้งสำรองน้ำมันไว้ส่วนหนึ่งเพื่อให้บริการกรณีฉุกเฉินจำเป็น ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมัน 3 แห่ง 3 ยี่ห้อ พบว่ามีการแสดงราคาจำหน่ายบริเวณหัวจ่ายและหน้าสถานีบริการอย่างถูกต้อง และไม่พบการกักตุนแต่อย่างใด รวมทั้งหัวจ่ายน้ำมันได้รับเครื่องหมายคำรับรองจากสำนักงานชั่งตวงวัด กรมการค้าภายในด้วย
ร้อยตรี จักรา ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ โดยสั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดติดตามสถานการณ์ราคาและปริมาณสินค้าอย่างใกล้ชิด ซึ่งจะมีการตรวจสอบเชิงรุกอย่างต่อเนื่องในทุกจังหวัดทั่วประเทศ ในการนี้ ขอให้ผู้ประกอบการทั้งผู้ผลิตและผู้จำหน่ายปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากพบการกระทำความผิดจะมีการดำเนินการตามกฎหมาย กรณีไม่ติดป้ายแสดงราคามีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท ส่วนการฉวยโอกาสขึ้นราคาหรือการกักตุนสินค้า มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ หากประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรมทางการค้า สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ








