หญิงตั้งครรภ์เช็กวัณโรค รู้เร็วรักษาไว คุณแม่แข็งแรงและลูกน้อยเกิดมามีสุขภาพดี

เนื่องในวันวัณโรคโลก 24 มีนาคม 2569 กรมอนามัย ชวนคุณแม่ตั้งครรภ์มาเช็กวัณโรคกัน แม้จะดูเป็นเรื่องไกลตัว แต่สำหรับ “หญิงตั้งครรภ์” การรู้เร็วและรักษาไว คือหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ลูกน้อยในครรภ์ปลอดภัย เพราะหากรักษาช้าอาจเสี่ยงคลอดก่อนกำหนด ทารกเจริญเติบโตช้าในครรภ์ ภาวะเครียดของทารกในครรภ์ การเสียชีวิตปริกำเนิด (Perinatal Mortality) คือการตายของทารกตั้งแต่อยู่ในครรภ์

วัณโรคในทารกแรกเกิดแบ่งเป็น 2 ชนิด   ได้แก่ วัณโรคแต่กำเนิดคือ รุนแรงที่สุดแม้พบได้น้อยแต่มีโอกาสเสียชีวิตสูง ซึ่งทารกได้รับเชื้อตั้งแต่อยู่ในครรภ์ หรือระหว่างคลอดมักแสดงอาการภายใน 3 สัปดาห์แรก และวัณโรคในทารกแรกเกิด ติดเชื้อหลังคลอดจากมารดาหรือผู้ใกล้ชิดที่ป่วยวัณโรค อาการที่พบได้ในทารก ซึม, กินนมได้น้อย, น้ำหนักขึ้นไม่ดี, หายใจลำบาก, ปอดอักเสบไม่ตอบสนองต่อยาปฏิชีวนะ, ตับม้ามโต

ส่วนอาการที่ต้องสังเกตคือ มีไอเรื้อรัง, มีไข้เรื้อรัง, น้ำหนักลด, เบื่ออาหาร, ไอเป็นเลือด หรืออ่อนเพลียมากผิดปกติ (หากมีอาการต้องรีบแจ้งแพทย์ทันที)

ส่วนการวินิจฉัยที่ปลอดภัยคือ ตรวจเสมหะ (AFB), เพาะเชื้อ และเอกซเรย์ทรวงอกโดยใช้แผ่นป้องกันครรภ์ (abdominal shielding)

การเตรียมตัวและการดูแล ฝากครรภ์ก่อนอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ เพื่อคัดกรองความเสี่ยงอย่างครอบคลุม

สำหรับแนวทางการรักษาและกินยา คำนวณขนาดยาตามน้ำหนักก่อนตั้งครรภ์ หากใช้ยา isoniazid ต้องให้วิตามินบี 6 ร่วมด้วย และต้องรักษาให้ครบเพื่อป้องกันการคลอดก่อนกำหนด

การพักผ่อนและดูแลหลังคลอด ดูแลต่อเนื่องเพื่อป้องกันลูกติดเชื้อ หากมารดายังอยู่ในระยะแพร่เชื้อ ควรแยกทารกชั่วคราว ยกเว้นช่วงให้นม หรือบีบน้ำนมใส่ขวดให้ทารกจนกว่าจะพ้นระยะแพร่เชื้อ อย่าลืม“ฝากครรภ์คุณภาพ = เกราะป้องกันวัณโรค”หากมีอาการไอเรื้อรัง มีไข้ หรือเบื่ออาหาร ต้องรีบแจ้งคุณหมอทันที การวินิจฉัยและรักษาในปัจจุบันทำได้อย่างปลอดภัย เพื่อให้คุณแม่แข็งแรงและลูกน้อยเกิดมามีสุขภาพดี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง