แพทย์หญิงจุไร วงศ์สวัสดิ์ และนายแพทย์วีรวัฒน์ มโนสุทธิ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ ในฐานะโฆษกกรมควบคุมโรค ร่วมแถลงข่าวในหัวข้อ “มีนาใส่ใจ รู้ทันโรคและภัยหน้าร้อน” เพื่อติดตามสถานการณ์โรคและภัยสุขภาพที่มักเกิดขึ้นในช่วงฤดูร้อน พร้อมเน้นย้ำประชาชนทุกช่วงวัยใส่ใจสุขภาพตนเองอย่างใกล้ชิด
5 อันดับโรคที่พบผู้ป่วยมากที่สุดในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา (วันที่ 15 กุมภาพันธ์ – 21 มีนาคม 2569) ได้แก่ โรคอุจจาระร่วง โรคไข้หวัดใหญ่ โรคปอดอักเสบ โรคอาหารเป็นพิษ และโรคสุกใส
5 อันดับโรคที่พบอัตราการเสียชีวิตในผู้ป่วยมากที่สุด ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา (วันที่ 15 กุมภาพันธ์ – 21 มีนาคม 2569) ได้แก่ โรคไข้หูดับ โรคไข้สมองอักเสบ โรคเมลิออยโดสิส โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบและโรคไข้มาลาเรีย
โรคไข้หวัดใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 17 มีนาคม 2569 พบผู้ป่วยสะสม 148,541 ราย เสียชีวิต 12 ราย ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา (1 – 28 กุมภาพันธ์ 2569) พบผู้ป่วยสะสม 51,998 ราย แนวโน้มผู้ป่วยและการระบาดเป็นกลุ่มก้อน ลดลงเมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา โดยพบผู้ป่วยส่วนใหญ่ในเขตภาคเหนือตอนบน ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเด็กอายุ 5 – 9 ปี ส่วนสายพันธุ์ที่พบมากที่สุดคือ A/H3N2 แนะประชาชน สวมหน้ากากอนามัยเมื่อเข้าไปในพื้นที่มีคนอัดหรือสงสัยป่วย ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่และน้ำหรือเจลแอลกอฮอล์ หากป่วยติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ ควรหยุดพักรักษาตัวจนกว่าจะหายเป็นปกติ แนะนำ 7 กลุ่มเสี่ยง รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกปี เพื่อเสริมภูมิคุ้มกันและลดความรุนแรงของโรค ได้แก่ ผู้สูงอายุ และผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง แนะประชาชนเลี่ยงแดดจัด งดกิจกรรมกลางแจ้ง ช่วงเวลา 11.00 – 15.00 น. เลี่ยงการอยู่ในที่ที่มีแดดจัดต่อเนื่องนานเกินไป ดื่มน้ำให้เพียงพอ เลือกเสื้อผ้าให้เหมาะสม ระบายอากาศได้ดี หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ห้ามทิ้งเด็กหรือสัตว์เลี้ยงไว้ในรถที่จอดอยู่กลางแดด เพราะรถที่จอดตากแดดโดยไม่เปิดเครื่องปรับอากาศอาจมีอุณหภูมิสูงขึ้นได้เร็วมากภายใน 10 นาที อาการสำคัญของฮีทสโตรก ได้แก่ ตัวร้อนจัด ผิวหนังร้อนแดง ไม่มีเหงื่อ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ใจสั่น สับสน อ่อนเพลีย หรือหมดสติ อาจมีอาการทางระบบประสาท เช่น ชัก พูดจาสับสน หากพบผู้มีอาการดังกล่าว ควรรีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว หรือโทรแจ้งสายด่วน 1669 สำหรับการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ควรให้ผู้ป่วยนอนราบ คลายเสื้อผ้าให้หลวม ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดตามตัว ซอกคอ รักแร้ และศีรษะ ร่วมกับใช้พัดลมเป่าระบายความร้อน หากผู้ป่วยหมดสติ ให้จับนอนตะแคงเพื่อป้องกันไม่ให้โคนลิ้นอุดตันทางเดินหายใจ และให้รีบนำส่งโรงพยาบาล
ส่วนวันที่ 13 เมษายนของทุกปีเป็น “วันผู้สูงอายุแห่งชาติ” ซึ่งตรงกับวันปีใหม่ไทย หรือวันสงกรานต์ ชวนลูกหลานมอบของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับผู้สูงอายุคือ บ้านที่ปลอดภัยตลอดทั้งปี ภายใต้แนวคิด “สงกรานต์นี้ ลูกหลานเช็กให้หน่อย ปลอดภัยทั้งปี” ปัจจุบันพบว่าจาก 1 ใน 3 ของผู้สูงอายุหกล้มทุกปี หกล้มมากที่สุดบริเวณบ้าน ร้อยละ 50 ภายในตัวบ้าน ร้อยละ 32 การสะดุดและลื่น ร้อยละ 76 พบว่าบ้านยังไม่มีราวจับในห้องน้ำ ถึงร้อยละ 84 หากหกล้มและบาดเจ็บกระดูกสะโพกหัก มีโอกาสสูงถึงร้อยละ 20 ที่จะเสียชีวิตภายใน 1 ปี ลูกหลานสามารถป้องกันได้ด้วยการตรวจสอบความปลอดภัยภายในบ้าน ห้องน้ำ ติดตั้งราวจับและแผ่นกันลื่น ห้องนอน เตียงสูงระดับเข่า มีปุ่มเปิดไฟใกล้ๆ ทางเดิน ลดพื้นต่างระดับ และผู้สูงอายุ ใช้รองเท้าหุ้มส้น มีดอกยางกันลื่น ตรวจจับเร็ว ตอบโต้ทัน ป้องกันได้








