กระทรวงพาณิชย์ ช่วยชาวนารับซื้อข้าว 1 ล้านตัน พร้อมจัดงานตลาดนัดข้าวเปลือกราคานำตลาด ลดต้นทุนปุ๋ย ช่วยเหลือเกษตรกรฝ่าวิกฤตตะวันออกกลาง

กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน เร่งดำเนินมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวอย่างเต็มที่ ภายหลังสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะราคาปุ๋ยที่มีความผันผวน กระทบต่อการทำนาของเกษตรกรไทย

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับนายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย ว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้สั่งการให้เร่งใช้มาตรการทั้งด้านการตลาดและการลดต้นทุน เพื่อบรรเทาภาระของเกษตรกรในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวข้าวนาปรัง

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินโครงการดูดซับข้าวเปลือกนาปรัง ปีการผลิต 2569 ตั้งเป้ารับซื้อจำนวน 1 ล้านตัน โดยองค์การคลังสินค้าจะร่วมกับโรงสีและสหกรณ์การเกษตร เปิดจุดรับซื้อในราคาสูงกว่าตลาด 300 บาทต่อตัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 นำร่องใน 5 จังหวัด ได้แก่ นครสวรรค์ พิษณุโลก พระนครศรีอยุธยา กำแพงเพชร และสุโขทัย เพื่อรองรับผลผลิตและสร้างแรงจูงใจด้านราคา

นอกจากนี้ ยังมีการจัดงาน “ตลาดนัดข้าวเปลือก” ในพื้นที่แหล่งผลิต โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการจากนอกพื้นที่เข้ามารับซื้อโดยตรง ลดภาระค่าขนส่ง และเพิ่มช่องทางจำหน่าย ซึ่งราคารับซื้อจะสูงกว่าตลาดเฉลี่ย 200–400 บาทต่อตัน ดำเนินการตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม 2569 รวมทั้งสิ้น 8 ครั้งในหลายจังหวัด

กรมการค้าภายในยังได้กำชับหน่วยงานด้านชั่งตวงวัด ลงพื้นที่ตรวจสอบการซื้อขายอย่างเข้มงวด ทั้งการชั่งน้ำหนัก การวัดความชื้น การหักสิ่งเจือปน และการแสดงราคารับซื้อ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม โปร่งใส และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่เกษตรกร

ในด้านการลดต้นทุนการผลิต เตรียมดำเนินโครงการ “ปุ๋ยธงเขียวพลัส” มอบส่วนลดปุ๋ยเคมีกระสอบละ 200 บาท สูงสุด 5 กระสอบ รวม 1,000 บาท และเกษตรกรที่มีบัตรดินดีจะได้รับสิทธิ์เพิ่มเติม รวมถึงคูปองสำหรับซื้อปุ๋ยอินทรีย์ ทำให้ได้รับการสนับสนุนรวมสูงสุด 1,400 บาทต่อราย

ขณะเดียวกัน กรมการค้าภายในจะประสานกระทรวงพลังงาน เพื่อดูแลการจัดสรรน้ำมันดีเซลให้เพียงพอในช่วงเก็บเกี่ยว และลดภาระต้นทุนเครื่องจักรกลทางการเกษตรของเกษตรกร

ด้านนายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย ระบุว่า มาตรการดังกล่าวถือเป็นข่าวดีสำหรับชาวนา ช่วยเพิ่มช่องทางจำหน่ายและสร้างความมั่นใจว่าผลผลิตข้าวนาปรังจะมีตลาดรองรับอย่างแน่นอน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง