สธ. ออก 5 ข้อสั่งการรับราคา “น้ำมัน” พุ่ง หนุนประชาชนรับบริการผ่าน Telemedicine ส่งยาทางไปรษณีย์

นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์ด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ว่า ราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นแบบก้าวกระโดด 6-8 บาทต่อลิตร อาจส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณสุขในด้านต่างๆ อาทิ ต้นทุนในการส่งต่อผู้ป่วยระหว่างโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น กระทบต่อความถี่และงบประมาณการออกรถ, ค่าขนส่งยา เลือด และเวชภัณฑ์ที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ (Cold-Chain) เพิ่มขึ้น, ต้นทุนการเดินเครื่องและสำรองน้ำมันสำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าฉุกเฉินในแผนกวิกฤต เป็นต้น

ล่าสุด จากข้อมูลแดชบอร์ด ประเมินผลกระทบวิกฤตน้ำมันต่อระบบสาธารณสุข ซึ่งมีรายงานเข้ามาแล้ว 72 จังหวัด พบผลกระทบเล็กน้อย (สีเขียว) 53 จังหวัด และผลกระทบปานกลาง (สีเหลือง) 19 จังหวัด ยังไม่มีหน่วยบริการพื้นที่ใดได้รับผลกระทบระดับสูง อย่างไรก็ตาม ได้มีข้อสั่งการถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกองบริหารการสาธารณสุข กองสนับสนุนระบบสุขภาพปฐมภูมิ สำนักสุขภาพดิจิทัล สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด โรงพยาบาล และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ทุกแห่ง เพื่อรองรับผลกระทบจากราคาน้ำมัน

โดยเร่งขยายผลการปรับสัดส่วนให้บริการผู้ป่วยนอก ผ่านระบบ Telemedicine ในทั้งในโรงพยาบาลและหน่วยบริการปฐมภูมิ ให้ไม่น้อยกว่า 30% จากปัจจุบันที่มีการให้บริการประมาณ 8.22% รวมถึงให้จัดบริการทางไกลอื่นๆ สนับสนุน เช่น การออกใบรับรองแพทย์ ใบรับรองความพิการ เป็นต้น

ให้ทุกหน่วยงานประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ในประชาชนทุกกลุ่มวัย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรังและผู้สูงอายุ ให้ใช้ระบบ Telemedicine ผ่านหมอพร้อม Super App

ให้ใช้ Health Rider หรือร้านยาเครือข่าย หรือเพิ่มศักยภาพการบริหารคลังยาใน รพ.สต.ที่มีความพร้อม ภายใต้การควบคุมกำกับของโรงพยาบาลแม่ข่าย เพื่อลดการเดินทางมารับยาของประชาชน

ประสานบริษัทไปรษณีย์ไทย ขอให้จัดลำดับความสำคัญของการส่งยาไปที่บ้านประชาชน สำหรับผู้ป่วยที่รับบริการทาง Telemedicine และรับยาเดิม และประสานกระทรวงมหาดไทยในการสนับสนุนให้ รพ.สต.ที่ถ่ายโอนไปสังกัด อบจ. ให้บริการ Telemedicine ร่วมกับโรงพยาบาลแม่ข่ายของกระทรวงสาธารณสุข

ข่าวที่เกี่ยวข้อง