ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล จัดประชุมติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง พร้อมประเมินผลกระทบต่อค่าครองชีพและพลังงานของประชาชนไทย โดยมีผู้แทนจากกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ สภาพัฒน์ สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และกระทรวงสาธารณสุข เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้
นายประคัลร์ กอดำรงค์ อัครราชทูตฝ่ายพาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมกระทรวงพาณิชย์ได้รับทราบมาตรการลดผลกระทบค่าครองชีพ ตามที่นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลง โดยกำหนดแนวทางดูแลเป็น 4 กลุ่ม ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่อุปทาน
กลุ่มที่ 1 ประชาชนรายได้น้อย มุ่งลดค่าครองชีพทันที ผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย” ร่วมกับผู้ค้าส่ง-ค้าปลีก ลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภค อาทิ สบู่ แชมพู ผงซักฟอก ข้าวสาร น้ำตาล น้ำปลา น้ำมันพืช และซอสปรุงรส ควบคู่โครงการ “ธงฟ้าราคาประหยัด” จำหน่ายสินค้าจำเป็นราคาพิเศษทั่วประเทศ โดยเตรียมจัดทำปฏิทินกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ มีมติเพิ่มรายการสินค้าควบคุมจาก 59 เป็น 66 รายการ
กลุ่มที่ 2 เกษตรกร เน้นลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ ผ่านโครงการ “ปุ๋ยธงเขียวพลัส” สนับสนุนลดราคาปุ๋ยเคมี กระสอบละ 200 บาท สูงสุด 5 กระสอบ พร้อมปรับสูตรลดการพึ่งพานำเข้า ส่งเสริมปุ๋ยอินทรีย์ และบริหารสต๊อกวัตถุดิบ
กลุ่มที่ 3 ผู้ประกอบการ SME เชื่อมโครงการ “ไทยช่วยไทย” เปิดช่องจำหน่ายสินค้า พร้อมสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำผ่านสถาบันการเงินของรัฐ และกำกับดูแลต้นทุนสำคัญ เช่น ปุ๋ย อาหารสัตว์ และวัตถุดิบอุตสาหกรรม
กลุ่มที่ 4 ผู้ส่งออก มุ่งรักษาขีดความสามารถการแข่งขัน โดยบริหารต้นทุนโลจิสติกส์ ประสานภาคเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหาการขนส่งสินค้า รวมถึงเร่งเคลื่อนย้ายสินค้าที่ตกค้าง โดยมอบหมายทูตพาณิชย์ 58 แห่งทั่วโลกติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และหาแนวทางใช้ท่าเรือทางเลือกเพื่อให้การส่งออกดำเนินได้อย่างต่อเนื่อง








