รัฐบาลเร่งดูแลค่าครองชีพประชาชน-ราคาพลังงาน จัดโครงการ “ไทยช่วยไทย” 1 เม.ย. นี้“ธงฟ้า ราคาประหยัด” “ธงเขียวพลัส” เพื่อเกษตรกร

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สถานการณ์น้ำมันในขณะนี้เริ่มคลี่คลาย และดีขึ้นต่อเนื่อง โดยมีการใช้เครือข่ายของบริษัทผู้ค้าน้ำมันในประเทศ ที่มีเครือข่ายในการนำเข้าน้ำมันดิบเข้ามา  ซึ่งทุกฝ่ายยังให้คำยืนยันว่ายังไม่มีความผิดปกติในการนำเข้าน้ำมันดิบ ส่วนสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอน สิ่งที่ต้องบริหารจัดการให้ได้คือการสร้างความมั่นใจต่อประชาชนว่าน้ำมันในประเทศไทยจะต้องไม่หายไป พร้อมย้ำว่าประเทศไทยยังมีปริมาณน้ำมันเพียงพอ และยังไม่จำเป็นต้องประกาศภาวะฉุกเฉินด้านพลังงาน เชื่อว่าหากมีรัฐบาลชุดใหม่และมีอำนาจเต็ม จะทำให้การบริหารงานมีความสะดวกและเป็นไปอย่างราบรื่น

ขณะที่การประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) โดยมีนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นประธานการประชุม แทนนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่ง ศบก. ได้ปรับรูปแบบการสื่อสารให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้สะดวก ชัดเจน และเข้าใจง่ายยิ่งขึ้น ผ่านการพัฒนารูปแบบการประชาสัมพันธ์ใหม่ อีกทั้ง นายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้งนางสาวณัฏฐา มหัทธนา เป็นโฆษก ศบก. โดยจะปรับรูปแบบการแถลงข่าวให้ชัดเจนและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์สูงสุด และจัดตั้งศูนย์รวมข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์ของ ศบก. “ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง” เพื่อรวบรวมข้อมูลด้านพลังงาน ราคาสินค้า และการแถลงข่าวประจำวันไว้ในที่เดียว ช่วยให้ประชาชนติดตามสถานการณ์ได้อย่างครบถ้วนและสะดวกยิ่งขึ้น

สำหรับสถานการณ์พลังงาน กระทรวงพลังงานรายงานสถานการณ์ห่วงโซ่อุปทานน้ำมัน โดยข้อมูล ณ วันที่ 28 มีนาคม 2569 มีน้ำมันดิบเข้าสู่กระบวนการกลั่นจากหลายแหล่ง โดยมีสัดส่วนหลักจากตะวันออกกลาง ควบคู่กับแหล่งนำเข้าอื่นและภายในประเทศ ก่อนนำไปกลั่นเป็นน้ำมันดีเซลพื้นฐาน และผสมไบโอดีเซลเพื่อผลิตเป็นน้ำมันดีเซลหมุนเร็วสำหรับใช้ในประเทศ น้ำมันที่ผลิตได้ถูกกระจายไปยังภาคอุตสาหกรรม ส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน และจำหน่ายผ่านผู้ค้าน้ำมันตามกฎหมาย ทั้งสถานีบริการน้ำมันและผู้ค้ารายย่อย เพื่อให้ถึงมือผู้บริโภคอย่างทั่วถึง จากมาตรการผ่อนคลายการสำรองน้ำมัน ทำให้มีน้ำมันเข้าสู่ตลาดประมาณ 128 ล้านลิตร แม้ความต้องการใช้น้ำมันยังอยู่ในระดับสูง แต่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์จะยังคงมีปริมาณน้ำมันเพียงพอ

ในส่วนของการส่งเสริมพลังงานทางเลือก คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ได้มีมาตรการดูแลราคาดีเซล B20 ให้ต่ำกว่าดีเซลทั่วไป (B7) ประมาณลิตรละ 5 บาท เพื่อจูงใจการใช้งาน และช่วยให้ผู้ประกอบการ ทั้งภาคขนส่ง โลจิสติกส์ และภาคอุตสาหกรรม สามารถลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ช่วยลดแรงกดดันต่อการปรับขึ้นราคาสินค้า ซึ่งผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ได้ทยอยขยายจุดจำหน่าย B20 อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มความสะดวกและทางเลือกให้กับผู้ใช้รถที่รองรับน้ำมันประเภทนี้ โดยสถานีบริการน้ำมันบางจาก เริ่มจำหน่ายแล้วที่คลังพระโขนง สถานีบริการน้ำมัน OR ที่คลังสงขลา และคลังสระบุรี และสถานีบริการน้ำมัน Shell คาดว่าจะเริ่มจำหน่ายต้นเดือนเมษายน

นอกจากนี้ กรมสรรพสามิตยังได้รายงานความคืบหน้าการปราบปรามการลักลอบค้าน้ำมันเถื่อน ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี โดยได้ร่วมมือกับกองทัพเรือจับกุมเครือข่ายผู้กระทำผิดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งที่ประชุมได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันติดตามและปราบปรามอย่างต่อเนื่อง เพื่อสกัดกั้นการลักลอบค้าน้ำมันเถื่อน และขอให้ฝ่ายความมั่นคงตรวจสอบการกักตุนสินค้าอย่างเข้มงวด

ด้านการลดค่าครองชีพของประชาชน กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินมาตรการบรรเทาภาระประชาชน โดยควบคุมไม่ให้มีการปรับขึ้นราคาสินค้า จัดโครงการ “ไทยช่วยไทย” นำสินค้าจากห้างโมเดิร์นเทรด ซัพพลายเออร์ เข้าร่วมโครงการฯ ไม่น้อยกว่า 19 ราย กว่า 1,000 รายการมาลดราคาสูงสุด 50% จะเริ่มเปิดจำหน่ายพร้อมกันทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป ซึ่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ลงพื้นที่ 4 ห้างโมเดิร์นเทรด ตรวจความพร้อมของร้านค้าก่อนเริ่มโครงการ พบว่ามีความพร้อมอย่างเต็มที่ มั่นใจว่าโครงการนี้จะช่วยลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชนได้อย่างแน่นอน ทั้งนี้ยังดำเนินการควบคู่กับการจัดโครงการ “ธงฟ้าราคาประหยัด” กว่า 500 จุด และรถโมบายเคลื่อนที่ที่จะเริ่มให้บริการในพื้นที่ห่างไกลที่จังหวัดปราจีนบุรี ในเดือนเมษายน และ จังหวัดตราด หลังเทศกาลสงกรานต์ และมีมาตรการสนับสนุนวัตถุดิบราคาพิเศษผ่านตลาดกลาง กทม. เพื่อลดต้นทุนให้ร้านข้าวแกง

นอกจากนี้ยังมีโครงการ “ธงเขียวพลัส” ต่อยอดส่วนลดปุ๋ยเคมีกระสอบละ 200 บาท จำนวน 5 กระสอบ รวม 1,000 บาทต่อราย โดยเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้เกษตรกรที่มีบัตรดินดี ได้รับมาตรฐาน GAP หรือเป็นสมาชิกศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน ให้ได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มอีก 200 บาท รวมถึงคูปองอีก 200 บาท สำหรับซื้อปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรได้รับความช่วยเหลือรวมสูงสุด 1,400 บาทต่อราย โครงการนี้จะเริ่มในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนเมษายน ที่จังหวัดกำแพงเพชร ก่อนขยายไปยัง 50 จังหวัดทั่วประเทศ โดยตั้งเป้าหมายลดต้นทุน 1 ล้านกระสอบ อีกทั้งได้เตรียมสนับสนุนปัจจัยการผลิต เช่น ปุ๋ย และเร่งจัดหาแหล่งวัตถุดิบทดแทน โดยประสานความร่วมมือกับกระทรวงการต่างประเทศในการกระจายความเสี่ยงด้านการนำเข้า

ด้าน นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงความคืบหน้ากรณีลูกเรือไทย 3 คน บนเรือขนส่งสินค้าสัญชาติไทย “มยุรีนารี” ที่ประสบเหตุ ขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศ ได้ติดตามและแจ้งความคืบหน้ามาโดยตลอด ล่าสุดได้รับการประสานจากบริษัท Precious Shipping เจ้าของเรือ “มยุรีนารี” ว่า บริษัทฯ ได้ว่าจ้างทีมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการค้นหาและกู้ภัยขึ้นไปบนเรือโดยได้รับอนุญาตจากหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อค้นหาบริเวณที่เชื่อว่าเป็นจุดที่ลูกเรือทั้ง 3 คน อาจประสบเหตุ ซึ่งทีมค้นหาได้ตรวจค้นพื้นที่บนเรือที่สามารถเข้าถึงได้อย่างละเอียดเท่าที่สภาพการณ์จะเอื้ออำนวย เนื่องจากตัวเรือเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ ยังมีกลุ่มควันตกค้างภายใน และมีสภาพน้ำท่วมขังบริเวณห้องเครื่อง และการค้นหาเป็นไปด้วยความลำบาก ทั้งนี้ทีมค้นหาได้ดำเนินการอย่างเต็มความสามารถ แต่ไม่พบลูกเรือทั้ง 3 คน และบริษัทฯ ได้แจ้งให้ครอบครัวของลูกเรือทราบแล้วอย่างไรก็ตามกระทรวงการต่างประเทศ จะไม่ลดละความพยายามในการตามหาลูกเรือทั้ง 3 คน โดยจะประสานงานกับฝ่ายอิหร่าน และฝ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง อย่างใกล้ชิดต่อไป

ส่วนการเจรจาให้เรือพาณิชย์ไทยเดินทางออกจากช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัยนั้น จำเป็นต้องยกระดับการรักษาช่องทางการสื่อสารกับนานาประเทศให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น เนื่องจากสถานการณ์ยังไม่แน่นอน พร้อมทั้งเร่งเจรจากับภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อปกป้องคนไทยและผลประโยชน์ของประเทศไทยอย่างต่อเนื่องต่อไป นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 ที่ ศบก. เห็นชอบจัดตั้งคณะทำงานจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือเรือพาณิชย์ของไทยที่ยังตกค้างในช่องแคบฮอร์มุซสามารถเดินทางออกจากช่องแคบดังกล่าวได้อย่างปลอดภัย และเป็นระบบมากยิ่งขึ้นซึ่งคณะทำงานจะเร่งดำเนินการต่อไป

ส่วนด้านความมั่นคงภายในประเทศ ยังพบการชุมนุมแสดงออกของกลุ่มที่มีจุดยืนแตกต่าง แม้ยังไม่เกิดความรุนแรง แต่หน่วยงานด้านความมั่นคงจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความเสี่ยงในการใช้ประเทศไทยเป็นพื้นที่พักพิงหรือทางผ่านของกลุ่มที่เกี่ยวข้อง รวมถึงติดตามการนำเสนอข้อมูลที่คลาดเคลื่อน และภัยคุกคามทางไซเบอร์ โดยจะประเมินและบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง