กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) สั่งการหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ระดมสรรพกำลังเครื่องจักรกลและทีมเผชิญเหตุสนับสนุนผู้ว่าราชการจังหวัดภาคเหนือ บูรณาการแก้ไขปัญหาไฟป่าและ PM2.5 ครบทุกมิติ เตรียมส่งเฮลิคอปเตอร์ KA-32 เสริมกำลังทางอากาศอีก 1 ลำ บินด่วนลงพื้นที่เชียงใหม่
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์ไฟป่าและฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนืออย่างใกล้ชิด พบว่าหลายจังหวัดมีค่าฝุ่นสูงเกินมาตรฐานที่อาจกระทบต่อสุขภาพประชาชน จึงได้สั่งการให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดในพื้นที่ “ปฏิบัติการเชิงรุก” โดยผนึกกำลังร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดและภาคีเครือข่ายเข้าจัดการปัญหาในทันที ซึ่งได้เน้นย้ำในมาตรการสำคัญ โดยเฉพาะการใช้ข้อมูลจุดความร้อน (Hotspot) เพื่อวางแผน “จู่โจม” ดับไฟป่าได้อย่างแม่นยำตรงจุด
พร้อมระดม “ทีมเผชิญเหตุ” และเครื่องจักรกลสาธารณภัยชุดใหญ่ ทั้งรถบรรทุกน้ำช่วยดับเพลิงขนาดใหญ่ และรถฉีดพ่นละอองน้ำแรงดันสูงเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศ ปูพรมปฏิบัติการในพื้นที่ชุมชนและจุดเสี่ยงทั่วภาคเหนือ เพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพและทรัพย์สินของประชาชนให้ได้มากที่สุด
สำหรับวันนี้ (31 มี.ค. 69) ปภ. จะส่งเฮลิคอปเตอร์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (KA-32) อีก 1 ลำ บินด่วนขึ้นจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเสริมปฏิบัติการทางอากาศ เพิ่มขีดความสามารถในการทิ้งน้ำดับไฟในพื้นที่เขาสูงชันและป่าลึกที่ชุดปฏิบัติการภาคพื้นดินเข้าถึงยาก
ปภ. พร้อมสนับสนุนการทำงานระดับจังหวัด เพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามประกาศแจ้งเตือนภัยและข้อมูลสถานการณ์ได้ทางแอปพลิเคชัน “Thai Disaster Alert” และหากพบเห็นเหตุไฟป่าหรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อสายด่วนนิรภัย 1784 หรือ LINE ID @1784DDPM เพื่อประสานความช่วยเหลือต่อไป








